เจาะลึกสถานการณ์ตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2025/26 อัปเดต ตารางคะแนน วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569
การแข่งขันพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2025/26 เดินทางมาถึงช่วงโค้งสำคัญ หลังผ่านการแข่งขันนัดที่ 28 สถานการณ์ใน ตารางคะแนน ยิ่งทวีความเข้มข้น ทั้งการลุ้นแชมป์ พื้นที่ฟุตบอลยุโรป รวมถึงการหนีตกชั้นที่เริ่มเห็นภาพชัดขึ้นเรื่อย ๆ
จากภาพตารางคะแนนล่าสุด อาร์เซนอลยังคงรั้งตำแหน่งจ่าฝูง พร้อมแรงกดดันจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ไล่จี้มาติด ๆ ขณะที่หลายทีมในกลุ่มกลางตารางยังมีโอกาสขยับอันดับได้อีกมากในช่วงที่เหลือของฤดูกาล
ตารางคะแนน โซนหัวตาราง : สมรภูมิแย่งชิงบัลลังก์
อาร์เซนอลลงแข่งไปแล้ว 28 นัด เก็บได้ถึง 61 คะแนน จุดเด่นที่ทำให้พวกเขายังครองอันดับ 1 คือเกมรุกที่ดุดันและเกมรับที่เหนียวแน่นที่สุดในลีก โดยยิงได้ 56 ประตู และเสียไปเพียง 21 ประตูเท่านั้น ผลต่าง +35 หากดูจากฟอร์ม 5 นัดหลังสุดจะเห็นว่าพวกเขากลับมาเก็บชัยชนะต่อเนื่องได้อีกครั้งในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด
อย่างไรก็ตาม แฟนปืนใหญ่จะประมาทไม่ได้เลย เพราะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในอันดับ 2 มี 56 คะแนน แต่พวกเขาแข่งน้อยกว่า 1 นัด นั่นหมายความว่าหากทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า เก็บชัยชนะในนัดตกค้างได้ ช่องว่างจะบีบเหลือเพียง 2 คะแนนทันที ด้วยสถิติการยิง 56 ประตูเท่ากับอาร์เซนอล บ่งบอกว่าประสิทธิภาพเกมรุกของทั้งคู่พร้อมจะทำลายคู่แข่งได้ทุกเมื่อ
แอสตัน วิลล่า ภายใต้การนำทัพที่ยอดเยี่ยม รั้งอันดับ 3 ของ ตารางคะแนน อย่างสง่าผ่าเผยด้วยคะแนน 51 แต้มจาก 27 นัด แม้ฟอร์มล่าสุดจะมีแกว่งไปบ้าง แต่การมีแต้มนำหน้าทีมอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถึง 3 คะแนน โดยที่แข่งเท่ากัน ถือว่าพวกเขาอยู่ในสถานการณ์ที่กุมความได้เปรียบในการไปเล่นบอลถ้วยใหญ่ยุโรปปีหน้าอย่างมาก
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อันดับ 4 ของตารางคะแนน นี่คือทีมที่น่าจับตามองที่สุดในกลุ่มท็อปโฟร์ ด้วยฟอร์มอันร้อนแรงชนะ 4 จาก 5 นัดหลังสุดทำให้พวกเขาทะยานขึ้นมาอยู่ที่ 4 มี 48 คะแนน บีบช่องว่างกดดันวิลล่าอย่างหนัก
ตารางคะแนน โซนกลางตาราง : ความมั่นคงที่ยังไม่ปลอดภัย
เชลซี และ ลิเวอร์พูล ทั้งสองทีมมี 45 คะแนนเท่ากันในอันดับ 5 และ 6 ลิเวอร์พูลต้องเร่งเครื่องด่วนหลังจากแพ้มาในเกมล่าสุด หากยังหวังจะกลับไปเล่นในถ้วยใบใหญ่ของยุโรป
อันดับ 7-10 อย่าง เบรนท์ฟอร์ด, บอร์นมัธ, เอฟเวอร์ตัน, ฟูแล่ม เป็นกลุ่มที่มีคะแนนไล่เลี่ยกันตั้งแต่ 40 ถึง 37 คะแนน ถือเป็นโซนกลางตารางที่ยังมีลุ้นขยับอันดับสู่พื้นที่ยุโรปถ้วยเล็ก หรืออาจร่วงลงมาได้หากฟอร์มสะดุด
อันดับ 11-15 ประกอบด้วย นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด มี 36 คะแนน, ซันเดอร์แลนด์ มี 36 คะแนน, คริสตัล พาเลซ มี 35 คะแนน, ไบรท์ตัน มี 34 คะแนน และ ลีดส์ ยูไนเต็ด มี31 คะแนน จะเห็นได้ว่าคะแนนในโซนนี้ต่างกันไม่มาก เพียง 5 คะแนนเท่านั้น หมายความว่าเพียงชนะ 2 นัดติดต่อกัน อันดับสามารถขยับขึ้นหรือลงได้ทันที สถานการณ์ ตารางคะแนน ช่วงกลางตารางจึงยังไม่นิ่ง และอาจมีการสลับอันดับอีกหลายครั้งก่อนจบฤดูกาล
ตารางคะแนน โซนท้ายตาราง : ยิ่งดิ้นยิ่งจมดิ่ง
ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส อันดับ 16 ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า “ไก่เดือยทอง” หล่นมาอยู่ในอันดับ 16 มีเพียง 29 คะแนน และแพ้ไปถึง 12 นัด ฟอร์ม 5 นัดหลังสุดแพ้ไปถึง 3 นัด จนตอนนี้แต้มห่างจากโซนตกชั้นเพียง 4 คะแนนเท่านั้น นี่คือวิกฤตศรัทธาที่แฟนบอลกำลังตั้งคำถามอย่างหนัก
เบิร์นลี่ย์ และ เวสต์แฮม อันดับ 18 และ 19 โดยเวสต์แฮมมี 25 คะแนน ห่างจากพื้นที่ปลอดภัย เพียง 2 คะแนนเท่านั้น ทุกเกมที่เหลือคือรอบชิงชนะเลิศสำหรับพวกเขา
วูล์ฟแฮมป์ตัน อันดับ 20 อาการโคม่าขั้นสุดครับ “ทัพหมาป่า” ลงแข่งไป 28 นัด ชนะได้เพียงนัดเดียวทั้งฤดูกาล มีแค่ 10 คะแนน ด้วยผลต่างประตูได้เสีย -33 และฟอร์มที่แพ้รัวๆ ดูเหมือนว่าตั๋วไปแชมเปียนชิปใบแรกจะถูกจองโดยทีมนี้อย่างไม่เป็นทางการแล้ว
จากภาพรวมของ ตารางคะแนน ในนัดที่ 28 นี้ เราเห็นภาพชัดเจนว่าพรีเมียร์ลีกปี 2025/26 เป็นปีของการต่อสู้ที่สูสีที่สุดครั้งหนึ่ง อาร์เซนอลมีบททดสอบสำคัญคือความสม่ำเสมอ แมนฯ ซิตี้รอจังหวะเผด็จศึก แมนฯ ยูไนเต็ดกำลังคืนฟอร์ม และทีมลุ้นหนีตายอย่างเวสต์แฮมต้องสู้สุดตัว
สัปดาห์หน้าจะเป็นช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญมาก ใครจะรักษามาตรฐานได้ ใครจะหลุดวงโคจร เราคงได้เห็นคำตอบที่ชัดเจนขึ้นในไม่ช้า
แหล่งข้อมูล Whoscored และ Opta Anayst

