เป๊ป กวาร์ดิโอล่า สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ หลังผงาดคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ทุบสถิติที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
เกมนัดชิงชนะเลิศที่สนามเวมบลีย์เมื่อวันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เฉือนชนะ เชลซี ไปได้แบบสุดมันส์ 1-0 ส่งผลให้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า พาทัพเรือใบสีฟ้าคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ พร้อมหักปากกาเซียนจารึกสถิติใหม่ให้วงการลูกหนังผู้ดีต้องสะเทือน
ยอดกุนซือสมองเพชรรายนี้สะสมถ้วยรางวัลระดับเมเจอร์ใบที่ 20 นับตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าสู่ถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม เมื่อปี 2016 ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เป๊ปแสดงให้เห็นถึงการผูกขาดความยิ่งใหญ่ในเกาะอังกฤษอย่างแท้จริง โดยตู้โชว์ของสโมสรตอนนี้อัดแน่นไปด้วยความสำเร็จในประเทศแบบครบครันดังนี้
- พรีเมียร์ลีก : 9 สมัย
- คาราบาว คัพ (ลีกคัพ) : 5 สมัย
- เอฟเอ คัพ : 3 สมัย
- คอมมิวนิตี้ ชิลด์ : 3 สมัย
และที่ขาดไม่ได้คือการปลดล็อกคำสาปยุโรป พาพลพรรคเรือใบสีฟ้าคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก สมัยแรกประวัติศาสตร์สโมสร พร้อมควบแชมป์ ซูเปอร์คัพ และ สโมสรโลก มาครองอย่างยิ่งใหญ่
จากความสำเร็จในนัดล่าสุด ทำให้เป๊ปกลายเป็นกุนซือคนแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษที่สามารถคว้า ดับเบิ้ลแชมป์บอลถ้วยในประเทศ คือเป็นแชมป์ทั้ง เอฟเอ คัพ และ ลีกคัพ ในฤดูกาลเดียวกัน ได้ถึง 2 สมัย! โดยทำได้ครั้งแรกในซีซั่น 2018/19 และกลับมาเสกเวทมนตร์ทำได้อีกครั้งในซีซั่นล่าสุด 2025/26 นี้
ตัวเลขความสำเร็จของเป๊ปบอกได้คำเดียวว่าระดับเทพ ด้วยการสร้างสถิติเป็นผู้จัดการทีมคนแรกที่คว้าแชมป์อย่างน้อย 3 สมัยขึ้นไป จากการแข่งขันระดับบิ๊กทัวร์นาเมนต์ถึง 4 รายการ โดยโปรไฟล์ระดับมาสเตอร์พีซพ่วงด้วยตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีก (6 ครั้งหลังสุด), แชมป์ยุโรป UCL (3 ครั้งในอาชีพคุมทีม), เอฟเอ คัพ (3 ครั้ง) และ ลีกคัพ (5 ครั้ง)
ท้าทายบารมี เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
การกวาด 20 แชมป์ในเวลาแค่ 10 ปี ทำให้เป๊ปถูกยกไปเปรียบเทียบกับบรมครูอย่าง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานผู้ยิ่งใหญ่ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทันที
โดยเฟอร์กี้ต้องใช้เวลานานกว่า 2 ทศวรรษ (20 กว่าปี) ในการสะสมถ้วยรางวัล 38 ใบ แต่สำหรับเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา ก็ทำสถิติเฉลี่ยกวาดแชมป์เมเจอร์ 2 โทรฟี่ต่อหนึ่งฤดูกาล ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกยุคโมเดิร์น
ด้วยการปรับเปลี่ยนแทคติกที่เหนือชั้นอยู่ตลอดเวลาเพื่อบดขยี้คู่แข่ง ยอดกุนซือชาวกาตาลันรายนี้กำลังสร้าง “จักรวรรดิลูกหนัง” ที่พร้อมจะทำลายทุกสถิติเดิมที่ป๋าเฟอร์กี้เคยทำไว้ และสถาปนาให้ฝั่งสีฟ้าของเมืองแมนเชสเตอร์ กลายเป็นเมืองหลวงแห่งฟุตบอลยุโรปอย่างแท้จริง
แหล่งข้อมูล Squawka

