เจาะลึกโปรแกรมแข่ง, ทีเด็ด และเบื้องหลังแท็กติกส์ ของทีมชาติอิหร่าน ในฟุตบอลโลก 2026
นี่คือยุคประวัติศาสตร์ของจริง พลพรรคนักรบเปอร์เซีย สามารถตบเท้าเข้าสู่รอบสุดท้ายฟุตบอลโลกได้เป็นสมัยที่ 4 ติดต่อกันและเป็นครั้งที่ 7 ในประวัติศาสตร์ทีม แต่ภารกิจเดียวที่คาใจพวกเขามาตลอดชีวิตและต้องทำให้ได้ในหนนี้คือการทะลุผ่านรอบแบ่งกลุ่มเป็นครั้งแรกให้ได้
ย้อนกลับไปในฟุตบอลโลก 2022 อิหร่านเก็บชัยชนะได้แค่นัดเดียว แถมหลังบ้านรั่วโดนกะซวกไปถึง 7 แผล ซึ่งเป็นสถิติเกมรับแย่ที่สุดเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ของทีม ทว่าขุมกำลังชุดปัจจุบันบอกเลยว่าโมเมนตัมกำลังมา และพวกเขามั่นใจสุดๆ ว่าจะลบคำสบประมาทและสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ได้อย่างแน่นอน
เส้นทางสู่บอลโลก
กว่าจะได้ตั๋วมาลุยอเมริกาเหนือ อิหร่านต้องกรำศึกหนักวิ่งสู้ฟัดถึง 16 นัดผ่านรอบแบ่งกลุ่มรอบคัดเลือกถึงสองช่วง ไฮไลท์เด็ดคือการโคจรมาฟัดกับอุซเบกิสถาน ซึ่งเจอกันทั้งสองรอบรวม 4 นัดผลปรากฏว่ากินกันไม่ลง เสมอรวดทั้ง 4 แมตช์แสดงให้เห็นถึงความเคี่ยวระดับ 5 ดาว
ส่วนทีมเดียวที่ยัดเยียดความปราชัยให้อิหร่านได้คือ กาตาร์ ที่เฉือนไป 1-0 แต่นั่นก็เกิดขึ้นหลังจากที่ทัพเปอร์เซียการันตีตั๋วเข้ารอบสุดท้ายไปเรียบร้อยแล้ว ภาพรวมนี่คือหนึ่งในรอบคัดเลือกที่แข็งแกร่งที่สุดของอิหร่านเลยก็ว่าได้ ถ้านับสถิติตั้งแต่บอลโลก 2018 เป็นต้นมา พวกเขาลงเตะรอบคัดเลือกไป 52 นัด แต่สะดุดแพ้ไปแค่ 4 เกมเท่านั้น เหนียวหนึบสมราคาเบอร์ต้นๆ ของเอเชียจริงๆ
โปรแกรมรอบแบ่งกลุ่ม (กลุ่ม G)
- 15 มิถุนายน เจอ นิวซีแลนด์ ที่อิงเกิลวูด, แคลิฟอร์เนีย
- 21 มิถุนายน เจอ เบลเยียม ที่อิงเกิลวูด, แคลิฟอร์เนีย
- 26 มิถุนายน เจอ อียิปต์ ที่ซีแอตเทิล
4 จตุรเทพทัพนักรบแห่งเปอร์เซีย แกนหลักลุยบอลโลก 2026
เมห์ดี้ ตาเรมี่
สถิติที่น่าสนใจ : ตะบันไป 10 ตุงในรอบคัดเลือกโซนเอเชีย และเป็นนักเตะอิหร่านเพียงคนเดียวในประวัติศาสตร์ที่ส่องประตูในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้มากกว่า 1 ลูก
ดาวยิงจาก โอลิมเปียกอสคนนี้ยังคงรักษามาตรฐานการถล่มประตูในยุโรปได้อย่างยอดเยี่ยม ปัจจุบันเขารั้งอันดับ 3 ดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของทีมชาติอิหร่าน ซัดไป 56 ประตูจาก 101 นัด ตามหลังแค่ตำนานอย่าง อาลี ดาอี และ ซาร์ดาร์ อัซมูน ทีเด็ดของตาเรมี่คือความเคี่ยวระดับสากลและการจบสกอร์ที่เฉียบคม การันตีด้วยเบิ้ล 2 ตุงใส่ทีมชาติอังกฤษในฟุตบอลโลกหนล่าสุด ลูกนิ่งลูกโทษแกเหมาหมด ตัวรับคู่แข่งเผลอแวบเดียวคือเป็นเรื่อง
ซาร์ดาร์ อัซมูน
สถิติที่น่าสนใจ : สร้างสรรค์โอกาสไปทั้งหมด 16 ครั้ง พ่วงด้วย 3 แอสซิสต์ตลอดทัวร์นาเมนต์รอบคัดเลือก
จริงๆ แล้วในรอบคัดเลือก ตาเรมี่ คือคนที่สร้างโอกาสให้เพื่อนมากที่สุด แต่คนที่ไล่บี้ตามมาติดๆ แบบหายใจรดต้นคอคือคู่หูมหาประลัยอย่าง ซาร์ดาร์ อัซมูน อดีตหัวหอกโรม่าและไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น คนนี้ทำไป 16 ครั้งกับอีก 3 แอสซิสต์ บอกเลยว่าหัวใจสำคัญของอิหร่านในบอลโลกหนนี้ คือการที่ ตาเรมี่ และ อัซมูน ต้องจูนคลื่นความถี่ให้ตรงกันและต่อบอลเข้าขารู้ใจเหมือนเดิม แผงหลังคู่แข่งมีน้ำตาซึมแน่นอน
ซาเลห์ ฮาร์ดานี่
สถิติที่น่าสนใจ : เข้าปะทะดุดันไป 21 ครั้ง ชนะการดวลถึง 64.5% ในรอบคัดเลือก
ฟูลแบ็กวัย 29 ปีจาก เอสเตกฮลาล คนนี้บอกเลยว่าเหนียวหนึบปานกาวตราช้าง สถิติดวลชนะคู่แข่งสูงถึง 64.5% และตลอดรอบคัดเลือกโดนเลี้ยงบอลผ่านตัวไปแค่ 4 ครั้งเท่านั้น แต่ข้อควรระวังคือความดุดันที่บางทีก็ล้นไปหน่อย ย้อนกลับไปเมื่อเดือนตุลาคม เจ้าตัวเพิ่งโดนใบแดงโดยตรงไล่ออกจากสนามจากการไปเสียบหนักใส่ เอลดอร์ โชมูโรดอฟ ดาวยิงอุซเบกิสถาน ทัวร์นาเมนต์นี้ต้องควบคุมอารมณ์ให้ดี ไม่งั้นทีมเดือดร้อนแน่
โมฮัมหมัด จาวาด ฮอสเซนเนจาด
แม้ว่าช่วงนี้อิหร่านจะไม่ค่อยมีดาวรุ่งพุ่งแรงขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่มากนัก แต่เพลย์เมกเกอร์ตัวรุกวัย 22 ปีคนนี้คือข้อยกเว้น เขาเพิ่งย้ายไปร่วมทีม ดินาโม มัคฮัชคาลา เมื่อปี 2024 และปรับตัวเข้ากับลีกรัสเซียได้อย่างเนียนตา ซัดไปแล้ว 6 ประตู 7 แอสซิสต์จากการลงเล่น 45 นัด ล่าสุดติดทีมชาติชุดใหญ่ไปแล้ว 5 นัด และหวังว่าจะได้ตั๋วขึ้นเครื่องบินมาโชว์ของในซัมเมอร์นี้
มือปืนประจำทีม
- จุดโทษ : เมห์ดี้ ตาเรมี่
- ฟรีคิก : เมห์ดี้ ตาเรมี่
- เตะมุม : ซามาน ก็อดดอส
สถิติภาพรวมเฉลี่ยจากรอบคัดเลือก
- ได้ลูกเตะมุมรวม : 33 ครั้ง
- โอกาสยิงตรงกรอบเฉลี่ย : 6.2 ครั้งต่อแมตช์
- ผู้รักษาประตูเซฟเฉลี่ย : 1.9 ครั้งต่อแมตช์
- เปอร์เซ็นต์ครองบอลเฉลี่ย : 55.1%
ผ่าแผนยุทธศาสตร์ทีมชาติอิหร่าน
คาดว่าในศึกฟุตบอลโลกหนนี้ อิหร่านจะมาในระบบ ไฮบริด 4-4-2 ยืดหยุ่นเป็น 4-2-3-1 ขุมกำลังของอิหร่านชุดนี้เรื่องประสบการณ์นี่กินขาด นักเตะส่วนใหญ่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาโชกโชน กระดูกบอลขัดมันจนเงาแวบ โดยเฉพาะแผงหลังที่เก๋าเกมจนกองหน้าคู่แข่งมีหนาวแน่นอน
คาดการณ์ 11 ตัวจริง
- ผู้รักษาประตู (GK) : อาลีเรซ่า เบย์รันแวนด์
- เซนเตอร์แบ็ก (CB) : โชแจ คาลิลซาเดห์, โฮเซน คานาอานีซาเดกาน
- วิงแบ็กซ้าย-ขวา (WB) : มิลาด โมฮัมมาดี, ซาเลห์ ฮาร์ดานี่
- มิดฟิลด์คู่กลาง (CM) : ซามาน ก็อดดอส, ซาอิด เอซาโตลาฮี
- ตัวรุกทำเกม (AM) : เมห์ดี้ ตาเรมี่, อลิเรซ่า จาฮันบักช์, โมฮัมหมัด โมเฮบิ
- หน้าเป้า (ST) : ซาร์ดาร์ อัซมูน
ส่องฝีมือ อามีร์ กาเลนอย แม่ทัพผู้กลับมาทวงความยิ่งใหญ่
คำว่าบารมีถึงคงอธิบายตัวตนของกุนซือวัยเก๋าอย่าง อามีร์ กาเลนอย ได้ดีที่สุด นี่คือการหวนกลับมาคุมบังเหียนทัพนักรบเปอร์เซียเป็นหนที่สองของเจ้าตัว และการกลับมาคราวนี้ยังคงเป็นขวัญใจมหาชนชาวอิหร่านเหมือนเดิม การันตีด้วยผลงานสุดโหด คุมทีม 41 นัด สะดุดแพ้ไปแค่ 4 เกมเท่านั้น โกยเปอร์เซ็นต์ชนะสูงลิ่วถึง 68.29%
ประวัติการคุมทีมสโมสรในบ้านเกิดของกาเลนอยบอกเลยว่าระดับปรมาจารย์ ผ่านการคุมทีมระดับสโมสรมาเกือบ 700 นัด คว้าแชมป์ลีคอิหร่านมาได้ถึง 5 สมัย บอลโลกหนนี้ภารกิจคือการใช้ความเก๋าและแท็กติกที่รู้ไส้พุงนักเตะดีที่สุด เพื่อนำทัพอิหร่านหักด่านทะลุเข้าสู่รอบน็อคเอาท์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติให้ได้ แฟนบอลอิหร่านบอกเลยว่าได้ลุ้นกันสนุกแน่นอน

