ส่องทุกสถิติสุดตึงของ แฮตทริก ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก
ถ้าพูดถึงความสะใจที่สุดของคนเป็นกองหน้าในทัวร์นาเมนต์ที่ใหญ่ที่สุดในปฐพีอย่างฟุตบอลโลก คงไม่มีอะไรฟินไปกว่าการได้ซัดแฮตทริกอีกแล้ว
รู้หรือไม่? ตั้งแต่มีการฟาดแข้งฟุตบอลโลกครั้งแรกมาจนถึงปัจจุบัน มีการกดแฮตทริกเกิดขึ้นในรอบสุดท้ายมาแล้วทั้งหมด 55 ครั้ง
รอบนี้เราจะมาชำแหละเกร็ดสถิติสุดเดือด คัดเน้นๆ เฉพาะข้อเท็จจริงระดับท็อป สถิติสุดว้าวที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน เกี่ยวกับแฮตทริกในเวิลด์คัพ พร้อมทั้งกางทำเนียบแบบเอ็กซ์คลูซีฟ รวบรวมทุกรายชื่อ ทุกแฮตทริกที่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกมาเสิร์ฟให้ดูกันแบบครบจบ ชัดเจนทุกรูขุมขน
ตำนานมหาเทพ โอเลก ซาเลนโก้
มาคุยถึงหนึ่งในสตอรี่ที่ฮือฮาที่สุดในประวัติศาสตร์บอลโลก กับเรื่องราวของ โอเลก ซาเลนโก้ หัวหอกทีมชาติรัสเซีย ชายผู้กดสูตรติดซัดคนเดียว 5 ประตูในนัดเดียว ที่ปัจจุบันยังไม่มีมนุษย์คนไหนทำลายได้
แมตช์ที่ทัพหมีขาวไล่ถล่มแคเมอรูนยับเยิน 6-1 ในศึกฟุตบอลโลกปี 1994 ช็อตวันแมนโชว์ในวันนั้นร้อนแรงจนกลบกระแสตำนานอย่างปู่ โรเจอร์ มิลลา ที่ทำสถิติเป็นนักเตะอายุมากที่สุดที่ยิงได้ในเกมเดียวกันนั้นซะมิดไมล์เลย ซึ่งถ้านับรวมกับอีกหนึ่งลูกที่เจ้าตัวยิงสวีเดนได้ก่อนหน้านี้ ทำให้ทัวร์นาเมนต์นั้นกดไปทั้งหมด 6 ประตู ผงาดคว้าตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุด “รองเท้าทองคำ” (Golden Boot) ร่วมกับตำนานบัลแกเรียอย่าง ฮริสโต สตอยช์คอฟ ไปครองแบบหล่อ ๆ
แต่จุดพีกคือประตูทลายโลกดันเกิดขึ้นในนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งเป็นแมตช์ไร้ความหมายเพราะรัสเซียตกรอบไปเรียบร้อยแล้ว โดยมีบราซิลกับสวีเดนกอดคอเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายไปก่อนหน้า และหลังจากจบทัวร์นาเมนต์นั้น ซาเลนโก้ ก็ไม่เคยลงเล่นให้ทีมชาติรัสเซียอีกเลยแม้แต่นัดเดียวในชีวิต เท่ากับว่าสถิติ 6 ตุงในฟุตบอลโลกหนนั้น คือประตูทั้งหมดที่แกทำได้ในนามทีมชาติ มาเพื่อกดสูตรนัดเดียว คว้าดาวซัลโวโลก แล้วหันหลังเดินจากไปแบบอินดี้ โคตรเท่และเป็นตำนานที่ยังไม่มีมนุษย์คนไหนทำลายได้จนถึงทุกวันนี้เลย
แฮตทริกที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก
ถ้าพูดถึงการรัวแฮตทริกแบบติดจรวดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก ต้องย้อนกลับไปในเดือนมิถุนายน ปี 1954 ยอดดาวยิงชาวออสเตรียอย่าง เอริช พร็อบสต์ ที่โชว์โหดกดสูตรติดซัดแฮตทริกได้ตั้งแต่ช่วง 24 นาทีแรกของเกมรอบแบ่งกลุ่มที่เจอกับเชโกสโลวาเกีย พาบ้านเกิดนำห่างไปไกลถึง 4-0 ทั้งที่แมตช์เพิ่งผ่านไปแค่เศษหนึ่งส่วนสี่ของเวลาแข่งขันเท่านั้นเอง
แมตช์นั้นเปิดฉากมาแค่นาทีที่ 3 แอร์นส์ สโตยาสปาล ยิงเบิกร่องให้ออสเตรียนำก่อน จากนั้นก็เป็นโชว์รูมของพร็อบสต์ที่รัวคนเดียวสามตุงเน้น ๆ ในนาทีที่ 4, 21 และ 24 จารึกสถิติเป็น แฮตทริกที่มาไวที่สุดนับจากเริ่มเกม ในประวัติศาสตร์บอลโลกชายไปแบบไร้ข้อกังขา
แต่ต้องแยกให้ออกว่า สถิติของพรอบส์ตคือแฮตทริกที่มาไวที่สุดนับจากเสียงนกหวีดเริ่มเกม แต่มันไม่ใช่แฮตทริกที่ใช้เวลาน้อยที่สุดถ้านับจากประตูแรกถึงประตูที่สาม ตำแหน่งมหาเทพสายสปีดตัวจริงเสียงจริงไม่ได้เป็นของ พร็อบสต์
โดยตำแหน่ง แฮตทริกที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก ต้องยกให้ ลาซโล คิสส์ ดาวยิงทีมชาติฮังการี ในศึกฟุตบอลโลกปี 1982 นัดที่ถล่ม เอลซัลวาดอร์ ยับเยิน ใช้เวลาเสกแฮตทริกเข้าสู่ก้นตาข่ายด้วยเวลาเพียงแค่ 7 นาทีกับอีก 42 วินาทีเท่านั้น เรียกได้ว่ากองหลังคู่แข่งยังไม่ทันหายมึนจากลูกแรก เจ้าตัวก็ซัดเบิ้ลไปอีกสองลูกจนตาข่ายแทบขาด เป็นสถิติแฮตทริกที่ใช้เวลาน้อยที่สุดตลอดกาลที่ยังไม่มีมหาเทพคนไหนทำลายได้จนถึงทุกวันนี้
ทำเนียบเจ้าของแฮตทริกอายุน้อยสุดและอายุมากสุดในฟุตบอลโลก
พูดถึงสถิติแฮตทริกในหน้าประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก คงต้องซูฮกให้ “ไข่มุกดำ” เปเล่ ที่ยังคงเหนียวแน่นบนบัลลังก์แข้งอายุน้อยที่สุดที่ตะบันแฮตทริกได้ ตำนานบทนี้เกิดขึ้นในเกมรอบตัดเชือกปี 1958 ที่ทัพแซมบ้าไล่ถล่มฝรั่งเศส ตอนนั้นเจ้าตัวเพิ่งจะอายุแค่ 17 ปีกับอีก 244 วัน เรียกว่าเป็นเด็กระเบิดคนเดียวในประวัติศาสตร์เลยก็ว่าได้ที่เหมาสามเม็ดได้ตั้งแต่อายุยังไม่แตะหลัก 18 ปี
ส่วนวัยรุ่นอีกแค่คนเดียวในโลกที่ทำสถิติหรูๆ แบบนี้ได้คือ เอ็ดมุนด์ โคเน่น ดาวยิงทัพอินทรีเหล็กเยอรมนี ที่เคยกดแฮตทริกใส่เบลเยียมไปเมื่อเดือนพฤษภาคมปี 1934 ด้วยวัย 19 ปี 198 วัน
ตัดภาพมาที่สถิติรุ่นใหญ่ลายครามกันบ้าง งานนี้ต้องหลีกทางให้ ลิโอเนล เมสซี่ ที่เพิ่งจารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในเกมประเดิมสนามศึกฟุตบอลโลก 2026 ด้วยการผงาดเป็นนักเตะอายุมากที่สุดที่ทำแฮตทริกได้ ในวัย 38 ปี 357 วัน แมตช์นี้ถือเป็นการลงสนามรับใช้ทัพ “ฟ้าขาว” อาร์เจนตินา นัดที่ 200 พอดิบพอดี แถมยังเป็นแมตช์บอลโลกนัดแรกนับตั้งแต่เจ้าตัวเคยกดสองเม็ดในรอบชิงปี 2022 ด้วย โดยตำนานบาร์เซโลน่ายิงคนเดียวเหมาๆ พาอาร์เจนตินาตบแอลจีเรียไปนิ่มๆ 3-0 เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2026
และที่พีคคือ ประตูที่สามในแมตช์นี้ ทำให้เฮียเมสทาบสถิติดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของฟุตบอลโลกที่ 16 ประตู ตีคู่กับ มิโรสลาฟ โคลเซ่ ไปเป็นที่เรียบร้อย
แต่ที่ทำเอาคอบอลต้องซี๊ดปากก็คือ สถิติอายุมากสุดที่เมสซี่เพิ่งทุบไป ดันเป็นของคู่ปรับตลอดกาลอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซะด้วย ย้อนไปตอนปี 2018 “ซีอาร์เซเว่น” อดีตสตาร์ผีแดงและราชันชุดขาว เคยกดแฮตทริกพาทีมจบเจ๊าเดือดกับสเปน 3-3 ในรอบแบ่งกลุ่ม ตอนนั้นพี่โด้อายุ 33 ปี 130 วัน ซึ่งการเหมาสามลูกวันนั้นถือเป็นแฮตทริกที่ 51 ในการค้าแข้งพอดี แถมบังเอิญขั้นสุดตรงที่มันคือแฮตทริกลูกที่ 51 ในประวัติศาสตร์บอลโลกพอดิบพอดีเป๊ะ
โดยก่อนหน้าที่ CR7 จะมาสร้างสถิตินี้ เจ้าของสถิติเดิมคือ ร็อบ เรนเซนบริงค์ อดีตปีกจอมเลื้อยทีมชาตินิเธอร์แลนด์ ที่เคยกดแฮตทริกใส่อิหร่านในบอลโลกปี 1978 ตอนอายุ 30 ปี 335 วัน ซึ่งสถิตินี้ก็ยืนหยัดครองบัลลังก์มายาวนานถึง 30 ปีเต็มๆ ก่อนจะโดนทำลายนั่นเอง
ทำเนียบเทพแฮตทริกผู้อาภัพ
การกดแฮตทริกในศึกฟุตบอลโลกได้ ปกติแทบจะการันตีตำแหน่งแมนออฟเดอะแมตช์พร้อมหิ้วสามแต้มเดินยืดอกออกจากสนามแบบหล่อๆ แต่เชื่อหรือไม่ว่า ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก มีนักเตะเพียง 3 คนเท่านั้นที่ทำแฮตทริกได้สำเร็จ แต่สุดท้ายต้องเดินออกจากสนามในฐานะผู้แพ้
คนแรกต้องย้อนกลับไปปี 1938 แอร์นส์ วิลิมอฟสกี้ ดาวยิงทีมชาติโปแลนด์ ตะบันตาข่ายใส่บราซิลแต่ทีมพ่ายไปแบบสุดมันส์ 6-5 คนต่อมาคือ โยเซฟ ฮูกี หัวหอกสวิตเซอร์แลนด์ ยิงใส่ออสเตรียในปี 1954 แต่ต้านไม่ไหวแพ้ไป 7-5 และคนสุดท้ายคือ อีกอร์ เบลานอฟ ของสหภาพโซเวียตที่กดสามเม็ดใส่เบลเยียมในปี 1986 ก่อนจะโดนสอยร่วงในช่วงต่อเวลาพิเศษ 4-3
แต่คนที่น่าเห็นใจขั้นสุด คือ วิลิมอฟสกี้ เพราะในแมตช์ที่แพ้บราซิล เจ้าตัวเล่นซัดไปคนเดียวถึง 4 ตุง ซึ่งนี่คือ 4 ประตูทั้งหมดในชีวิตที่ยิงได้ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก และที่เจ็บใจขั้นสุดก็คือ ไม่มีลูกไหนเลยที่ยิงแล้วทำให้โปแลนด์เป็นฝ่ายพลิกขึ้นนำบราซิลได้เลยในเกมนั้น เรียกว่ายิงไล่ตามจนเหนื่อยใจ
และถ้าจะนับกันจริงๆ คีเลียน เอ็มบัปเป้ ก็น่าจะถูกหยัดชื่อเป็นคนที่ 4 ในทำเนียบคนเศร้าเคล้าน้ำตานี้ ในนัดชิงชนะเลิศปี 2022 ประธานเป้เหมาสามเม็ดพยุงฝรั่งเศสไล่ตามตีเสมอ อาร์เจนตินา สุดมันส์ 3-3 แต่สุดท้ายดันต้องไปอกหักแพ้ดวลจุดโทษชวดแชมป์โลกไปแบบสุดช้ำ
ส่วนนักเตะอีกคนในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกที่กดแฮตทริกได้แล้วทีมไม่ชนะก็คือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ซัดคนเดียว 3 ดอกเน้นๆ พาทีมชาติโปรตุเกสเจ๊าเดือดกับทีมชาติสเปน 3-3 ในรอบแบ่งกลุ่มศึกฟุตบอลโลกปี 2018 นั่นเอง
ทำเนียบเจ้าพ่อแฮตทริกมากสุดบนเวทีฟุตบอลโลก
พูดถึงสถิติการกดแฮตทริกในทัวร์นาเมนต์ระดับโลกแบบนี้ บอกเลยว่าไม่ได้ทำกันง่ายๆ เดิมทีแค่นักเตะคนหนึ่งจะกดแฮตทริกซัด 3 ประตูในบอลโลกสักครั้งก็ยากแล้ว แต่ในหน้าประวัติศาสตร์กลับมีโคตรมหาเทพถึง 3 คนที่ตะบัน 2 แฮตทริกในทัวร์นาเมนต์เดียวกัน
คนแรกคือ ซานดอร์ โคชิส ยอดแข้งทีมชาติฮังการี (ปี 1954), คนที่สองคือ แกร์ด มุลเลอร์ เจ้าของฉายา “ไอ้ลูกระเบิด” ของเยอรมันตะวันตก (ปี 1970) และคนสุดท้ายคือ ชุสต์ ฟงแตน ยอดตำนานดาวยิงทีมชาติฝรั่งเศส ชุดปี 1958 ที่กระซวกพารากวัยไป 3 ตุง ก่อนจะไปเบิ้ลร่างทองกดคนเดียว 4 ประตูใส่เยอรมันในทัวร์นาเมนต์เดียวกัน
ซึ่งความโหดของมุลเลอร์ในฟุตบอลโลกปี 1970 ที่เม็กซิโก คือเล่นกดแฮตทริกติดต่อกันสองนัดติดใส่บัลแกเรียและเปรู โดยมีระยะเวลาห่างกันแค่ 3 วันเท่านั้น ซึ่งในประวัติศาสตร์มีแค่เจ้าตัวและ โคชิส ของฮังการี แค่สองคนเท่านั้นที่รัวแฮตทริกติดต่อกันสองนัดในบอลโลกได้ โหดเกินมนุษย์มนาจริงๆ
ขยับมาที่อีกหนึ่งแรร์ไอเทมในทำเนียบลูกหนังโลก แม้จะไม่ได้ยิงสองแฮตทริกในทัวร์นาเมนต์เดียวเหมือนสามคนแรก แต่เป็นเพียงคนเดียวในปฐพีที่กดแฮตทริกได้ใน ฟุตบอลโลก 2 สมัยที่ต่างกัน นั่นคือ “บาติโกล” กาเบรียล บาติสตูต้า เพชฌฆาตหน้าหยกของทีมชาติอาร์เจนตินา
บาติโกลซัดแฮตทริกแรกใส่กรีซในฟุตบอลโลกปี 1994 ก่อนที่อีก 4 ปีต่อมาในฝรั่งเศส 1998 ก็เสริฟแฮตทริกที่สองใส่จาไมก้า ความพีคก็คือ แฮตทริกทั้งสองครั้งของบาติสตูต้าเกิดขึ้นใน วันที่ 21 มิถุนายน เหมือนกันเด้ะ แถมเหยื่อที่โดนแกถลุงทั้งกรีซและจาไมก้าดันเป็นทีมที่เพิ่งเคยมาลุยบอลโลกหนแรกเหมือนกันทั้งคู่
และที่ต้องอึ้งอีกครั้งก็คือ ประตูปิดกล่องทำแฮตทริกทั้งสองหนนั้นดันมาจากการสังหารลูกจุดโทษ เหมือนกันอย่างกับก๊อปปี้วางเรียกว่าเป็นสถิติระดับมหาเทพของแท้เลยทีเดียว
ทำเนียบแข้งที่กดแฮตทริกในนัดชิงฟุตบอลโลก
ในเกมที่มีความกดดันสูงอย่างนัดชิงฟุตบอลโลก ในหน้าประวัติศาสตร์วงการลูกหนัง มีเพียง 2 คนเท่านั้นที่จารึกชื่อทำได้สำเร็จ
ชายคนแรกที่ประเดิมจารึกประวัติศาสตร์ลงบนแผ่นดินโลกก็คือ เซอร์ เจฟฟ์ เฮิร์สต์ ตำนานกองหน้าทีมชาติอังกฤษ ในศึกฟุตบอลโลก 1966 ที่สังเวียนเวมบลีย์ เฮิร์สต์ ซัดสามตุงใส่ทัพอินทรีเหล็ก เยอรมันตะวันตก โดยประตูปิดกล่องแฮตทริกมาตอกฝาโลงเอาในนาทีสุดท้ายของการต่อเวลาพิเศษ พาอังกฤษผงาดคว้าแชมป์โลกด้วยสกอร์ 4-2 และยังเป็นแชมป์โลกสมัยเดียวของพวกเขาจนถึงทุกวันนี้ ความพีคคือ แมตช์ชิงนัดเดียวยิงไป 3 ประตู ซึ่งมันมากกว่าจำนวนประตูที่แกยิงในเกมฟุตบอลโลกนัดอื่น ๆ อีก 5 นัดรวมกันซะอีก
ส่วนมหาเทพคนต่อมาที่ทำได้ ก็คือ คิเลียน เอ็มบัปเป้ ตัวบั๊กทีมชาติฝรั่งเศส ที่รัวแฮตทริกช็อกโลกใส่ อาร์เจนตินา ในนัดชิงปี 2022 แต่เรื่องมันเศร้าตรงที่ 3 ตุงนั้นมันยังไม่พอจะแบกทีมไปถึงฝั่งฝัน เพราะฝั่งฟ้าขาวดันมีมหาเทพ ลิโอเนล เมสซี่ บัญชาเกมอยู่ จบเกมเสมอกันสุดเดือด 3-3 ก่อนที่ฝรั่งเศสจะไปพ่ายช่วงดวลจุดโทษ 4-2 ทำเอาแฮตทริกของเอ็มบัปเป้กลายเป็นแฮตทริกที่อกหักและน่าเสียดายที่สุดในโลกไปเลย
แถมเกร็ดลึกๆ ให้อีกนิด มีคนชอบจำสับสนว่า อเดเมียร์ ดาวยิงระดับตำนานชาวบราซิล เคยกดคนเดียว 4 ประตูถล่ม สวีเดน 7-1 ในรอบสุดท้าย แต่ต้องทำความเข้าใจตรงกันก่อนว่า ฟุตบอลโลกปีนั้นมันไม่มีนัดชิงชนะเลิศอย่างเป็นทางการ แต่ใช้ระบบแบ่งกลุ่มรอบสุดท้ายเพื่อหาแชมป์ ซึ่งนัดที่คนยกย่องให้เป็นนัดชิงจริงๆ ของปีนั้น คือนัดที่บราซิลดวงแตกแพ้ อุรุกวัย 2-1 ชวดแชมป์โลกในบ้านตัวเองต่างหาก เพราะฉะนั้น ถ้านับตามทำเนียบนัดชิงทางการจริงๆ บนโลกนี้เลยมีแค่ เจฟฟ์ เฮิร์สต์ กับ เอ็มบัปเป้ สองคนนี้เท่านั้นที่ได้สิทธิ์นั่งบนบัลลังก์ราชาแฮตทริกนัดชิงชนะเลิศ
ทำเนียบแข้งผู้ทำแฮตทริกในฟุตบอลโลก
-
บอลโลก 1930 (อุรุกวัย)
17 ก.ค. 1930 – เบิร์ต พาเทนูด (สหรัฐฯ) ซัด พารากวัย 3 ตุง (แฮตทริกแรกในประวัติศาสตร์โลก)
19 ก.ค. 1930 – กีเยร์โม สตาบิเล่ (อาร์เจนตินา) ซัด เม็กซิโก 3 ตุง
27 ก.ค. 1930 – เปโดร เซีย (อุรุกวัย) ซัด ยูโกสลาเวีย 3 ตุง
-
บอลโลก 1934 (อิตาลี)
27 พ.ค. 1934 – อันเจโล สเคียวิโอ (อิตาลี) ซัด สหรัฐฯ 3 ตุง
27 พ.ค. 1934 – เอ็ดมุนด์ โคเนน (เยอรมนี) ซัด เบลเยียม 3 ตุง
3 มิ.ย. 1934 – โอลดริช เนเยดลี (เชกโกสโลวาเกีย) ซัด เยอรมนี 3 ตุง
-
บอลโลก 1938 (ฝรั่งเศส)
5 มิ.ย. 1938 – เลโอนิดาส (บราซิล) ซัด โปแลนด์ 3 ตุง
5 มิ.ย. 1938 – แอร์นส์ วิลิมอฟสกี้ (โปแลนด์) ซัด บราซิล 4 ตุง (แพ้แต่โคตรตึง)
12 มิ.ย. 1938 – กุสตาฟ เวตเตอร์สตรอม (สวีเดน) ซัด คิวบา 3 ตุง
12 มิ.ย. 1938 – แฮร์รี่ อันเดอร์สสัน (สวีเดน) ซัด คิวบา 3 ตุง
-
บอลโลก 1950 (บราซิล)
2 ก.ค. 1950 – ออสการ์ มิกูเอซ (อุรุกวัย) ซัด โบลิเวีย 3 ตุง
9 ก.ค. 1950 – อเดเมียร์ (บราซิล) ซัด สวีเดน 4 ตุง
-
บอลโลก 1954 (สวิตเซอร์แลนด์)
17 มิ.ย. 1954 – ชานดอร์ โคชีส (ฮังการี) ซัด เกาหลีใต้ 3 ตุง
19 มิ.ย. 1954 – คาร์ลอส บอร์เกส (อุรุกวัย) ซัด สกอตแลนด์ 3 ตุง
19 มิ.ย. 1954 – เอริค พรอบส์ต (ออสเตรีย) ซัด เชกโกสโลวาเกีย 3 ตุง (แฮตทริกเริ่มเกมไวที่สุด)
20 มิ.ย. 1954 – บูร์ฮาน ซาร์กุน (ตุรกี) ซัด เกาหลีใต้ 3 ตุง
20 มิ.ย. 1954 – ชานดอร์ โคชีส (ฮังการี) ซัด เยอรมนี 4 ตุง (เบิ้ลแฮตทริกในทัวร์นาเมนต์เดียว)
23 มิ.ย. 1954 – แม็กซ์ มอร์ล็อค (เยอรมนี) ซัด ตุรกี 3 ตุง
26 มิ.ย. 1954 – โยเซฟ ฮูกี (สวิตเซอร์แลนด์) ซัด ออสตรีย 3 ตุง
26 มิ.ย. 1954 – ธีโอดอร์ ว้ากเนอร์ (ออสเตรีย) ซัด สวิตเซอร์แลนด์ 3 ตุง
-
บอลโลก 1958 (สวีเดน)
8 มิ.ย. 1958 – จัสต์ ฟ็องแตน (ฝรั่งเศส) ซัด พารากวัย 3 ตุง
24 มิ.ย. 1958 – เปเล่ (บราซิล) ซัด ฝรั่งเศส 3 ตุง (ไอ้หนูมหัศจรรย์สอยรุ่นใหญ่)
28 มิ.ย. 1958 – จัสต์ ฟ็องแตน (ฝรั่งเศส) ซัด เยอรมนี 4 ตุง
-
บอลโลก 1962 (ชิลี)
3 มิ.ย. 1962 – ฟลอเรียน อัลเบิร์ต (ฮังการี) ซัด บัลแกเรีย 3 ตุง
-
บอลโลก 1966 (อังกฤษ)
23 ก.ค. 1966 – ยูเซบิโอ (โปรตุเกส) ซัด เกาหลีเหนือ 4 ตุง (เสือดำแห่งโมซัมบิกแบกทีมโกงตาย)
30 ก.ค. 1966 – เจฟฟ์ เฮิร์สต์ (อังกฤษ) ซัด เยอรมนี 3 ตุง (แฮตทริกนัดชิงหนแรก)
-
บอลโลก 1970 (เม็กซิโก)
7 มิ.ย. 1970 – แกร์ด มุลเลอร์ (เยอรมนี) ซัด บัลแกเรีย 3 ตุง
10 มิ.ย. 1970 – แกร์ด มุลเลอร์ (เยอรมนี) ซัด เปรู 3 ตุง (กดแฮตทริกติดต่อกันสองนัดรวด)
-
บอลโลก 1974 (เยอรมนีตะวันตก)
18 มิ.ย. 1974 – ดูซาน บาเยวิช (ยูโกสลาเวีย) ซัด คองโก 3 ตุง
19 มิ.ย. 1974 – อันเดรย์ ซาร์มัค (โปแลนด์) ซัด เฮติ 3 ตุง
-
บอลโลก 1978 (อาร์เจนตินา)
3 มิ.ย. 1978 – ร็อบ เรนเซนบรินค์ (เนเธอร์แลนด์) ซัด อิหร่าน 3 ตุง
11 มิ.ย. 1978 – เตโอฟิโล คูบียัส (เปรู) ซัด อิหร่าน 3 ตุง
-
บอลโลก 1982 (สเปน)
15 มิ.ย. 1982 – ลาสโล คิสส์ (ฮังการี) ซัด เอลซัลวาดอร์ 3 ตุง (ใช้เวลาแค่ 7 นาทีกว่า เร็วที่สุดในโลก)
20 มิ.ย. 1982 – คาร์ล-ไฮนซ์ รุมเมนิกเก้ (เยอรมนี) ซัด ชิลี 3 ตุง
28 มิ.ย. 1982 – ซบิกนิว โบนีก (โปแลนด์) ซัด เบลเยียม 3 ตุง
5 ก.ค. 1982 – เปาโล รอสซี่ (อิตาลี) ซัด บราซิล 3 ตุง (ล้มยานแม่บราซิลชุดเทพ)
-
บอลโลก 1986 (เม็กซิโก)
8 มิ.ย. 1986 – เพรเบน เอลเกียร์ ลาร์เซน (เดนมาร์ก) ซัด อุรุกวัย 3 ตุง
11 มิ.ย. 1986 – แกรี่ ลินิเกอร์ (อังกฤษ) ซัด โปแลนด์ 3 ตุง
15 มิ.ย. 1986 – อีกอร์ เบลานอฟ (สหภาพโซเวียต) ซัด เบลเยียม 3 ตุง
18 มิ.ย. 1986 – เอมิลิโอ บูตราเกนโญ่ (สเปน) ซัด เดนมาร์ก 4 ตุง
-
บอลโลก 1990 (อิตาลี)
17 มิ.ย. 1990 – มิเชล (สเปน) ซัด เกาหลีใต้ 3 ตุง
23 มิ.ย. 1990 – โทมัส สคูฮราวี (เชกโกสโลวาเกีย) ซัด คอสตาริกา 3 ตุง
-
บอลโลก 1994 (สหรัฐฯ)
21 มิ.ย. 1994 – กาเบรียล บาติสตูต้า (อาร์เจนตินา) ซัด กรีซ 3 ตุง
28 มิ.ย. 1994 – โอเลก ซาเลนโก้ (รัสเซีย) ซัด แคเมอรูน 5 ตุง (สถิตินัดเดียวเยอะที่สุดตลอดกาล)
-
บอลโลก 1998 (ฝรั่งเศส)
21 มิ.ย. 1998 – กาเบรียล บาติสตูต้า (อาร์เจนตินา) ซัด จาไมก้า 3 ตุง (ทำได้สองสมันต่างกัน วันเดียวกันเป๊ะ)
-
บอลโลก 2002 (เกาหลีใต้-ญี่ปุ่น)
1 มิ.ย. 2002 – มิโรสลาฟ โคลเซ่ (เยอรมนี) ซัด ซาอุดีอาระเบีย 3 ตุง (โหม่งล้วนๆ)
10 มิ.ย. 2002 – เปาเลต้า (โปรตุเกส) ซัด โปแลนด์ 3 ตุง
-
บอลโลก 2006 (เยอรมนี)
บันทึกคอบอลสายลึก: ปีนี้คือปีปราบเซียน หลังบ้านเหนียวกันทุกทีม ไม่มีใครสามารถทำแฮตทริกได้เลยตลอดทัวร์นาเมนต์!
-
บอลโลก 2010 (แอฟริกาใต้)
17 มิ.ย. 2010 – กอนซาโล อิกวาอิน (อาร์เจนตินา) ซัด เกาหลีใต้ 3 ตุง
-
บอลโลก 2014 (บราซิล)
16 มิ.ย. 2014 – โธมัส มุลเลอร์ (เยอรมนี) ซัด โปรตุเกส 3 ตุง
25 มิ.ย. 2014 – เซอร์ดาน ชากิรี่ (สวิตเซอร์แลนด์) ซัด ฮอนดูรัส 3 ตุง
-
บอลโลก 2018 (รัสเซีย)
15 มิ.ย. 2018 – คริสเตียโน โรนัลโด้ (โปรตุเกส) ซัด สเปน 3 ตุง (ฟรีคิกนาทีบาปสุดตึง)
24 มิ.ย. 2018 – แฮร์รี่ เคน (อังกฤษ) ซัด ปานามา 3 ตุง
-
บอลโลก 2022 (กาตาร์)
6 ธ.ค. 2022 – กอนซาโล รามอส (โปรตุเกส) ซัด สวิตเซอร์แลนด์ 3 ตุง (ลงแทนโรนัลโด้แล้วแสงออกตา)
18 ธ.ค. 2022 – คิเลียน เอ็มบัปเป้ (ฝรั่งเศส) ซัด อาร์เจนตินา 3 ตุง (แฮตทริกนัดชิงที่อกหักที่สุดในโลก)
-
บอลโลก 2026 (สหรัฐฯ-เม็กซิโก-แคนาดา)
16 มิ.ย. 2026 – ลิโอเนล เมสซี่ (อาร์เจนตินา) ซัด แอลจีเรีย 3 ตุง (GOAT ร่างอมตะยังคงกดสูตรติดในวัยเก๋า)
ขอบคุณแหล่งข้อมูล Opta Analyst



