Lionel Messi at World Cup all-time top scorer

มหาเทพจุติ! เมสซี่ จารึกประวัติศาสตร์ ทุบสถิติ โคลเซ่ ผงาดดาวยิงสูงสุดตลอดกาลบอลโลก

ลิโอเนล เมสซี่ ทุบสถิติ มิโรสลาฟ โคลเซ่ ขึ้นแท่นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลฟุตบอลโลก

นาทีนี้โลกต้องกราบความเหนือมนุษย์ของ ลิโอเนล เมสซี่ ที่เพิ่งทำลายสถิติโลกในเกมซัด ออสเตรีย ก้าวข้ามผ่าน มิโรสลาฟ โคลเซ่ ตำนานอินทรีเหล็ก กลายเป็น ดาวยิงสูงสุดตลอดกาลในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก เป็นที่เรียบร้อย

ก่อนเริ่มทัวร์นาเมนต์บอลโลก 2026 ใครจะคิดว่าในวัย 38 ปี แกจะทุบสถิติ 16 ประตูของโคลเซ่ได้ เริ่มที่นัดแรกมหาเทพในวัย 38 ปี โชว์โหดกดแฮตทริกใส่แอลจีเรียจนสถิติเท่ากับตำนานอินทรีเหล็ก ต่อมานัดที่สองนาทีที่ 38 เมสซี่ก็จัดการพังประตูประวัติศาสตร์ลูกที่ 17 ด้วยการจบสกอร์สุดนิ่งบริเวณเส้นกรอบเขตโทษจากการเข้าทำอันยอดเยี่ยมของทีม ก่อนจะมาบวกประตูที่ 18 ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ปิดกล่องให้ตัวเองอย่างมหาเทพ รวมสองนัดแรกกดไปแล้ว 5 ตุงเน้นๆ

ย้อนไทม์ไลน์ 18 ประตูในฟุตบอลโลกของ ลิโอเนล เมสซี่

กว่าจะก้าวขึ้นมาทลายสถิติตำนานโลก เมสซี่ผ่านร้อนผ่านหนาวในฟุตบอลโลกมาถึง 5 สมัย ล้มลุกคลุกคลานมานับไม่ถ้วน เรามาไล่เรียงมหากาพย์การพังประตูในแต่ละปี ดังนี้

ฟุตบอลโลก 2006 (เยอรมนี)

เมสซี่เริ่มนับหนึ่งในสีเสื้ออาร์เจนตินาบนเวทีโลกปี 2006 หลังจากแจ้งเกิดแบบเต็มตัวกับบาร์เซโลน่า ถูกส่งลงมาเป็นสำรองในเกมเจอ เซอร์เบีย แอนด์ มอนเตเนโกร ลงสนามแค่ 10 นาทีแรกก็ทำแอสซิสต์ และอีก 14 นาทีต่อมาก็ซัดประตูแรกในบอลโลกของตัวเองทันที แต่น่าเสียดายที่ปีนั้นยังเป็นแค่อะไหล่สำรอง เลยทำได้แค่นั้นก่อนทีมตกรอบ

ฟุตบอลโลก 2010 (แอฟริกาใต้)

ปีนี้คือปีอาถรรพ์อย่างแท้จริง เมสซี่ลงเล่นภายใต้การคุมทีมของเสือเตี้ย มาราโดน่า ฟอร์มดีมากบงการเกมทุกนัด เดินสายสร้างสรรค์โอกาสให้เพื่อนยิงยับเยิน แต่อย่างกับจังหวะนรก พอได้ยิงก็พลาดไปซะหมด จนจบทัวร์นาเมนต์ก็เก็บประตูเพิ่มไม่ได้เลย ทำให้โดนวิจารณ์หนักมาก

ฟุตบอลโลก 2014 (บราซิล)

หลังจากอั้นมาจากปี 2010 เมสซี่ก็ปลดล็อกประตูที่สองในชีวิตด้วยการยิงผ่านบอสเนียฯ ในนาทีที่ 65 จากนั้นก็สวมบทเดอะแบกกดประตูชัยท้ายเกมใส่อิหร่าน และซัดเบิ้ลใส่ไนจีเรีย พาทีมชนะรวดในรอบแบ่งกลุ่ม แต่เรื่องตลกที่ร้ายกาจคือ พอเข้าสู่รอบน็อกเอาต์แกดันยิงไม่ได้เลย แม้จะลากอาร์เจนตินาทะลุไปถึงนัดชิงชนะเลิศ แต่สุดท้ายก็โดนเยอรมนีปาดหน้าเค้กคว้าแชมป์ไปแบบช้ำทรวง

ฟุตบอลโลก 2018 (รัสเซีย)

เป็นทัวร์นาเมนต์ที่ค่อนข้างเงียบเหงาสำหรับเมสซี่ กดได้แค่ประตูเดียวในรอบแบ่งกลุ่มนัดชี้ชะตากับ ไนจีเรีย พาทีมเบียดชนะ 2-1 ก่อนจะไปโดน ฝรั่งเศส ยิงดับฝันในรอบ 16 ทีมสุดท้าย 4-3 แม้แมตช์นั้นเฮียเมสจะจัดไป 2 แอสซิสต์แต่ก็ช่วยทีมไม่ได้

ฟุตบอลโลก 2022 (กาตาร์)

นี่คือทัวร์นาเมนต์ประวัติศาสตร์ที่ทำให้เมสซี่ก้าวข้ามคำว่าตำนานไปสู่จุดที่ไม่มีใครเอื้อมถึง เมสซี่ปลดล็อกพาทัพฟ้าขาวคว้าแชมป์โลกที่รอคอย แถมยังสร้างสถิติโหดซัดประตูได้ถึง 6 จาก 7 นัดที่ลงสนาม สถิติยิงรวมในปีนี้ปีเดียวเยอะกว่าปี 2006, 2010, 2014, 2018 รวมกันซะอีก เริ่มนัดแรกสังหารจุดโทษนัดช็อกโลกพ่ายซาอุฯ ก่อนจะมาซัดโอเพ่นเพลย์สุดสวยกู้ชีพทีมในนัดเจอเม็กซิโก และมีเพียงนัดเจอโปแลนด์นัดเดียวที่ไม่มีชื่อเมสซี่บนสกอร์บอร์ด พอเข้ารอบน็อกเอาต์ที่หลายคนสบประมาทว่าเมสซี่ไม่เคยยิงได้ เจ้าตัวก็จัดการปลดล็อกซัดใส่ทั้ง ออสเตรเลีย, เนเธอร์แลนด์, โครเอเชีย ปิดท้ายด้วยการกดเบิ้ล 2 ตุงในนัดชิงกับฝรั่งเศส ก่อนจะชูถ้วยแชมป์อย่างยิ่งใหญ่

ฟุตบอลโลก 2026 (อเมริกา-แคนาดา-เม็กซิโก)

นี่น่าจะเป็น Last Dance บอลโลกหนสุดท้ายของเมสซี่แล้ว แฟนบอลหลายคนคิดว่าน่าจะมาเล่นประคองประคองขู่กองหลังขำๆ แต่ GOAT ก็คือ GOAT เมสซี่เลือกที่จะจากไปแบบเสียงระเบิดภูเขาเผากระท่อม นัดแรกกดแฮตทริกใส่แอลจีเรีย และนัดล่าสุดกับออสเตรีย หลังจากเลาตาโร่ โดนรวบ เมสซี่ยิงจุดโทษหลุดกรอบไปก่อน แต่กลับมาแก้ตัวซัดลูกที่ 17 และยิงปิดกล่องลูกที่ 18 ในประวัติศาสตร์บอลโลกอย่างเป็นทางการ

สรุปผ่านไปแค่ 2 นัดแรกในบอลโลกหนนี้ มหาเทพเมสซี่กดไปแล้ว 5 ประตูเน้นๆ จากเด็กระเบิดในปี 2006 สู่ดาวยิงสูงสุดตลอดกาลบอลโลก 18 ประตูในปี 2026 สถิตินี้บอกเลยว่าหาคนมาทำลายยากแน่นอน

แหล่งข้อมูล Squawka