บันทึกประวัติศาสตร์โลกฟุตบอล สถิติผู้ชมพังทลาย ไอวอรี่โคสต์ ทะลุรอบน็อกเอาท์หนแรก, เอกวาดอร์ หักปากกาเซียนตบอินทรีเหล็กดิ้น ส่วน เนเธอร์แลนด์ ญี่ปุ่น และ สวีเดน กอดคอเข้ารอบตามนัด
แมตช์เดย์นี้บอกเลยว่าประวัติศาสตร์ต้องจารึก เมื่อยอดผู้ชมรวมสะสมในทัวร์นาเมนต์พุ่งกระฉูดไปแตะ 3,605,357 คน ทุบสถิติสูงสุดตลอดกาลของบอลโลกปี 1994 (3,587,538 คน) ลงอย่างราบคาบ ส่วนสถานการณ์ในสนามแต่ละคู่ในกลุ่ม E และ F บอกเลยว่าเดือดจัด ทั้ง “ช้างดำ” ไอวอรี่โคสต์ ที่ตีตั๋วรอบน็อคเอาท์หนแรกในประวัติศาสตร์, เอกวาดอร์ ฮึดพลิกนรกแซงดับอินทรีเหล็ก ส่วน อัศวินสีส้ม, ซามูไรบลู และ ไวกิ้ง กอดคอเข้ารอบน็อกเอาต์
คูราเซา 0-2 ไอวอรี่โคสต์ (Group E)
ไอวอรี่โคสต์รู้ดีว่าขอแค่ชนะคูราเซา ทีมน้องใหม่นัดนี้ได้ จะสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ทันที และพวกเขาก็ไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวัง ออกสตาร์ทล้อฟรีแค่ 7 นาที ย็อง ดิโอมองเด้ ดาวรุ่งตัวเกั่นใช้ความขยันถวายพานให้ นิโกลัส เปเป้ ซัดเหน่งๆ ให้ทีมนำ 1-0 แม้คูราเซาจะพยายามฮึดสู้และมีจังหวะสวนกลับให้เสียวไส้ แต่ความเก๋าคนละคลาส นาที 60 กว่าๆ เปเป้คนเดิมก็มาเบิ้ลลูกสอง ปิดกล่องให้ทัพช้างดำชนะ 2-0 เขี่ยคูราเซาตกรอบ ส่วนพลพรรคช้างดำได้เฮลั่นป่า ทะลุเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ฟุตบอลโลกได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติ
เอกวาดอร์ 2-1 เยอรมนี (Group E)
แม้ว่า “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี จะลอยลำเข้ารอบไปก่อนหน้านี้แล้ว แต่ ยูเลียน นาเกลส์มันน์ กุนซือสมองเพชรก็ไม่ได้มาเล่นๆ จัดทัพใหญ่ลงบด ออกสตาร์ทแค่ 2 นาที เลรอย ซาเน่ ก็ซัดเลียดให้เยอรมนีนำก่อน 1-0 ทำเอาเอกวาดอร์ที่ยังยิงใครไม่ได้เลยในทัวร์นาเมนต์นี้หลังพิงฝา งัดก๊อกสองออกมาลุย ซึ่งอีก 7 นาทีต่อมา นิลสัน อังกูโล่ ตะบันเต็มข้อตรงหัวกะโหลกตีเสมอ 1-1 ก่อนที่ช่วงท้ายเกม กอนซาโล่ พลาต้า จะสวมบทฮีโร่วิ่งมาวอลเลย์เผาขน พลิกชนะเยอรมนีไปแบบช็อกโลก 2-1 พาเอกวาดอร์บินคู่เยอรมนีเข้ารอบน็อคเอาท์ได้เป็นหนที่ 2 ในประวัติศาสตร์ชาติ
ตูนิเซีย 1-3 เนเธอร์แลนด์ (Group F)
ทัพ “อัศวินสีส้ม” เนเธอร์แลนด์ ลงสนามด้วยเงื่อนไขต้องทำผลงานให้ดีกว่าหรือเท่ากับญี่ปุ่น และพรรคพวกก็จัดให้รัวตั้งแต่ออกสตาร์ทซัด 2 ตุงภายใน 7 นาทีแรก จากการทำเข้าประตูตัวเองของ เอลลิส สคิรี่ ก่อนที่ ไบรอัน บร็อบบีย์ ดาวยิงฟอร์มฮอตจะซัดประตูที่ 3 ของตัวเองในทัวร์นาเมนต์นี้ให้ทีมหนีห่าง 2-0 ครึ่งหลังตูนิเซียมีฮึดจาก ฮาเซม มาสตูรี่ ไล่มาเป็น 2-1 แต่สุดท้าย ยาน พอล ฟาน เฮคเก้ ปราการหลังตัวเก่งก็มาซัดประตูปิดจ๊อบ 3-1 ในนาทีที่ 60 กว่าๆ พาทัพกังหันลมคว้าแชมป์กลุ่ม F ไปนอนตีพุง รอสบตา โมร็อกโก ในรอบ 32 ทีมสุดท้าย
ญี่ปุ่น 1-1 สวีเดน (Group F)
คู่นี้แท็กติกชิงไหวชิงพริบกันมันส์หยด “ซามูไรบลู” ญี่ปุ่น หวังจัดหนักเพื่อแซงกังหันสีส้มขึ้นแชมป์กลุ่ม ส่วน “ไวกิ้ง” สวีเดน ก็หลังชนฝาต้องการแต้มเพื่อการันตีการเข้ารอบ ครึ่งแรกระวังตัวกันสุดๆ จบ 0-0 เข้าสู่ครึ่งหลังนาที 54 ริตสึ โดอัน แทงทะลุช่องระดับคลาสเวิลด์ให้ ไดเซน มาเอดะ ซัดให้ญี่ปุ่นนำ 1-0 แต่ดีใจได้ 6 นาที แอนโทนี่ อีแลงก้า ก็มาซัดตีเสมอให้สวีเดน 1-1 จบเกมแบ่งแต้มกันไป ทำให้ญี่ปุ่นเข้ารอบเป็นอันดับ 2 ไปชนตออย่าง บราซิล ในรอบหน้า ส่วนสวีเดนก็ยังยิ้มได้ ทะลุเข้ารอบ 32 ทีมในฐานะหนึ่งในทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุด
ที่มา FIFA



