Turkey vs USA World Cup

กูแลร์ร่างทอง! ตุรกีฮึดรัวแซงอเมริกา 3-2 ทิ้งทวนบอลโลกสุดมันส์

อาร์ด้า กูแลร์ เผยร่างทองนำทัพ ตุรกี สู้ยิบตาพลิกนรกกลับมาตบเจ้าภาพร่วมอย่าง สหรัฐอเมริกา ไปแบบดุเดือด 3-2

แม้จะโดนเขี่ยตกรอบแบ่งกลุ่มฟุตบอลโลก 2026 แน่นอนแล้ว แต่ทัพ “ไก่งวง” ก็ปิดฉากทัวร์นาเมนต์ได้อย่างสง่างาม หลังพลิกสถานการณ์กลับมาแซงเอาชนะเจ้าภาพร่วมอย่างสหรัฐอเมริกา 3-2 พร้อมแสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่แท้จริงของทีมในเกมส่งท้าย

อย่างที่รู้กันว่า ทีมชาติตุรกี ห่างหายจากเวทีบอลโลกรอบสุดท้ายไปนานตั้งแต่ปี 2002 แต่การคัมแบ็กหนนี้กลับไม่สวยหรู เปิดหัวมาก็แพ้ ออสเตรเลีย ต่อด้วยการโดน ปารากวัย ลูบคมซ้ำ ทั้งที่ปารากวัยเหลือ 10 คนตลอดครึ่งหลัง สองนัดแรกล่อเป้าเป็นกระบุงแต่บอลไม่ยอมซุกก้นตาข่ายเลยสักลูก อึดอัดจนต้องกระเด็นตกรอบไปก่อนเพื่อน

ก่อนเกมนัดส่งท้าย เคนัน ยิลดิซ ประกาศกร้าวว่านัดนี้ต้องเบิกสกอร์แรกให้ได้ เพื่อบอกลาทัวร์นาเมนต์อย่างสมศักดิ์ศรี แต่เริ่มเกมมาแค่ไม่กี่นาที ดันโดนอเมริกายิงนำไปก่อนซะงั้น และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นของความโหด เมื่อ อาร์ด้า กูแลร์ ไอ้หนูวันเดอร์คิดความหวังหมู่บ้าน จัดการตะบันประตูตีเสมอปลดล็อกให้ทีมได้สำเร็จ ประตูนี้ทำเอากูแลร์จารึกชื่อเป็น นักเตะตุรกีที่อายุน้อยที่สุดที่ยิงได้ในฟุตบอลโลก ด้วยวัย 21 ปี 150 วัน ทุบสถิติเดิมที่อยู่มาตั้งแต่ยุคทองปี 2002 ลงราบคาบ

หลังจากนั้นเกมบดกันไฟลุก ท่ามกลางเสียงเชียร์กระหึ่มลอสแอนเจลิส สเตเดี้ยม ของแฟนบอลเจ้าถิ่น แต่ตุรกียิ่งเล่นยิ่งคึก นำห่างเป็น 2-1 ก่อนหมดครึ่งแรก แม้สหรัฐฯ จะฮึดสู้ไล่ตีเสมอเป็น 2-2 และเกมทำท่าจะจบด้วยการแบ่งแต้ม แต่ช่วงนาทีบาปวินาทีสุดท้าย คาอัน อายฮาน ตัวสำรองทีเด็ดก็สวมบทฮีโร่ ซัดประตูน็อกเจ้าภาพคาบ้าน 3-2 เป็นแมตช์ล้างอายที่สมบูรณ์แบบ โดย กูแลร์ คว้าตำแหน่ง ผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำแมตช์ ไปครองตามระเบียบ

หลังจบเกม กูแลร์ ถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วให้สัมภาษณ์หล่อๆ ว่า “ในที่สุดวันนี้เราก็ชนะสักที เราได้กลับบ้านเกิดด้วยความภาคภูมิใจขึ้นอีกนิด หวังว่าเราจะทำให้ทุกคนกลับมามีความสุขได้นะครับ”

“เราจะรักษาฟอร์มการเล่นและความมุ่งมั่นแบบนี้ไว้ในเกมต่อๆ ไป เราอยากกลับมาลุยทัวร์นาเมนต์หน้าให้ดียิ่งขึ้น และเอาความสุขมาฝากคนทั้งประเทศให้ได้”

แม้ว่าทัวร์นาเมนต์นี้จะจบลงเร็วไปหน่อย แต่ด้วยขุมกำลังแกนหลักที่เพิ่งจะเกิดปี 2005 อย่าง อาร์ด้า กูแลร์, เคนัน ยิลดิซ และ ชาน อูซุน บอกเลยว่าอนาคตของทีมชาติตุรกียังไปได้อีกไกล