France vs Norway world cup 2026

สองเทพแผลงฤทธิ์! ฝรั่งเศส-นอร์เวย์ ตบเท้าฉลุยรอบ 16 ทีมสุดท้าย

เอ็มบัปเป้-ฮาลันด์ สองมหาเทพเผยร่างทอง พาฝรั่งเศส-นอร์เวย์ ตบเท้าเข้าวินรอบ 16 ทีมบอลโลก 2026

บอลโลก 2026 รอบ 32 ทีมสุดท้ายเมื่อคืนบอกเลยว่าแสงออกตา เพราะมันคือวันที่เหล่าซูเปอร์สตาร์นัดกันมาปล่อยของ เริ่มจาก เออร์ลิง ฮาลันด์ ที่ยังคงรักษาภาพจำยิงทุกนัดที่ลงเล่นกดประตูชัยท้ายเกมพา นอร์เวย์ เฉือน โกตดิวัวร์ ที่ดัลลาส จากนั้น คิเลียน เอ็มบัปเป้ ก็ไม่ยอมน้อยหน้า จัดเบิ้ลพา ฝรั่งเศส ถล่ม สวีเดน ยับเยิน พร้อมขึ้นนำดาวซัลโวเดี่ยวๆ แถมยังไล่จี้สถิติตลอดกาลของ ลิโอเนล เมสซี่ แค่ลูกเดียวแล้ว

โกตดิวัวร์ 1-2 นอร์เวย์

นาทีนี้จะมีกองหน้าคนไหนเปิดตัวบอลโลกครั้งแรกได้สะเด่าไปกว่า เออร์ลิง ฮาลันด์ อีกแม้เกมนี้เจ้าตัวจะไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่คมกริบที่สุด แต่คำว่าระดับโลกมันค้ำคอ สุดท้ายก็เป็นคนสร้างความแตกต่างให้ทีมได้อยู่ดี

เกมนี้ นอร์เวย์ ได้ประตูนำก่อนในช่วงท้ายครึ่งแรกจากความมหัศจรรย์ของไอ้หนูมหัศจรรย์ อันโตนิโอ นูซ่า ที่โชว์สเต็ปหลอกกองหลังโกตดิวัวร์หัวหมุนสองตลบ ก่อนจะปั่นโค้งๆ เสียบสามเหลี่ยมมุมบนเข้าไปอย่างเฉียบ

แต่ฝั่งไอวอรี่โคสต์ก็ไม่ยอมง่ายๆ อาหมัด ดิยัลโล่ โชว์ทักษะเหนือมนุษย์เอาตัวรอดก่อนซัดตีเสมอให้ทีมได้ในช่วง 15 นาทีสุดท้าย ทว่าท้ายที่สุดแล้วสปอตไลท์ก็ต้องส่องไปที่ จอมมารบู นาทีกระชากวิญญาณ ออสการ์ บ็อบบ์ เสียหลักแต่ยังตาไวแทงทะลุช่องให้ พาทริค แบร์ก หลุดไปปาดเข้ากลางให้ ฮาลันด์ แปเน้นๆ ผ่านมือ ยาฮียา โฟฟาน่า เข้าไปแบบทุลักทุเลนิดๆ

แม้จังหวะดีใจเจ้าตัวจะทำท่าเขินๆ เพราะยิงไม่ได้สมบูรณ์แบบมากนัก แต่แฟนบอลนอร์เวย์ร้องเฮลั่นบ้าน เพราะนี่คือ การคว้าชัยชนะในรอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติ แถมฮาลันด์ยังรักษาคลาสยิงได้ทุกนัดที่ลงเล่นในทัวร์นาเมนต์นี้ รอบหน้าตั๋วใบต่อไปลุยกับ บราซิล ที่นิวยอร์ก นิวเจอร์ซีย์ วันที่ 5 กรกฎาคม บอกเลยว่ามันส์หยดแน่

ฝรั่งเศส 3-0 สวีเดน

ขยับมาที่ฝั่งแชมป์โลก 2018 ทัพตราไก่ ฝรั่งเศส เปิดโหมดเดินหน้าฆ่ามัน พับสนามบุกใส่สวีเดนอยู่ข้างเดียว ยิงชนโคนเสาซ้าย-ขวาไปอย่างละหนจาก เอ็มบัปเป้ และลูกจักรยานอากาศสุดสวยของ ไมเคิล โอลิเซ่ แต่สุดท้ายความแรงก็ต้านไม่อยู่ ช่วงทดเจ็บครึ่งแรก อุสมาน เดมเบเล่ จ่ายถวายพานให้ คิเลียน เอ็มบัปเป้ โชว์สเต็ปแดนซ์ผ่านกองหลังสวีเดนสองตัว ก่อนจะกดสูตรยิงยัดเสาสองเข้าไปแบบคมกริบ ฝรั่งเศสนำ 1-0

ครึ่งหลังเกมยังเป็นของตราไก่ ไมเคิล โอลิเซ่ จัดแอสซิสต์ส่งให้ แบรดลีย์ บาร์โคล่า วิ่งมาซัดเต็มข้อล่อเต็มแข้งหนีเป็น 2-0 และยังไม่สาแก่ใจ โอลิเซ่ คนเดิมมาทำแอสซิสต์ที่สองของตัวเองในนัดนี้ (และเป็นแอสซิสต์ที่ 5 ในทัวร์นาเมนต์ นำโด่งเป็นราชาแอสซิสต์) จ่ายให้กัปตันประธาน เอ็มบัปเป้ กดประตูที่สองของตัวเองในเกมนี้ ปิดกล่องให้ฝรั่งเศสชนะไปนิ่มๆ 3-0 เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายแบบชิลๆ

ลูกเบิ้ลในนัดนี้ทำให้ เอ็มบัปเป้ ยิงรวมในบอลโลกไปแล้ว 18 ประตู จากการลงเล่นแค่ 18 นัด ตามหลังสถิติตลอดกาลของ ลิโอเนล เมสซี่ แค่ลูกเดียวเท่านั้น แถมตอนนี้ยังแซง เมสซี่ ขึ้นไปนำเป็นดาวซัลโวรองเท้าทองคำเดี่ยวๆ ในทัวร์นาเมนต์นี้เรียบร้อย