ทัพเซเลเซาจอดป้ายแค่รอบ 16 ทีมสุดท้าย โดนทีเด็ดนอร์เวย์เขี่ยตกรอบ พร้อมกับการปิดฉากตำนานเบอร์ 10 ของ “เนย์มาร์”
ช็อกโลกกันไปเลย! ใครจะเชื่อว่าเต็งหนึ่งอย่าง บราซิล จะจอดป้ายแค่รอบ 16 ทีมสุดท้าย หลังโดนพิษสงของ เออร์ลิง ฮาลันด์ ตะบันเบิ้ลคนเดียวสองแผล พา นอร์เวย์ พลิกล็อกชนะ 2-1 ทะลุเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลกได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
แต่ข่าวที่กระแทกใจแฟนบอลยิ่งกว่าผลการแข่งขัน คือหลังสิ้นเสียงนกหวีดยาว มหาเทพสายแดนซ์อย่าง เนย์มาร์ ได้ออกมาประกาศแขวนสตั๊ดกับทัพเซเลเซาอย่างเป็นทางการ ปิดฉากยุคสมัยของเขาไปแบบสุดเศร้า
ผมพยายามแล้ว… มันจบแล้วครับ” คำลาจากปากเนย์มาร์
เกมนี้เนย์มาร์ในวัย 34 ปี ที่สภาพร่างกายไม่สมบูรณ์และมีอาการบาดเจ็บรบกวนตลอดช่วงก่อนทัวร์นาเมนต์ ถูกส่งลงมาเป็นซูเปอร์ซับท่ามกลางเสียงเชียร์ลั่นสนาม แม้เฮียแกจะสังหารจุดโทษกู้หน้าให้ทีมได้ในนาทีที่ 90+10 แต่นั่นก็ทำได้แค่เป็นประตูปลอบใจ และกลายเป็นจังหวะสุดท้ายของเขากับสีเสื้อทีมชาติ
เนย์มาร์ เปิดใจกับสื่อ Globo แบบสุดซึ้ง
“ผมพยายามแล้ว พยายามอย่างเต็มที่แล้วจริงๆ แต่วันนี้มันจบลงแล้วครับ… ผมเริ่มต้นที่นี่ และผมก็ขอจบมันลงที่นี่”
สถิติมาระดับตำนาน แต่ลงท้ายด้วยคราบน้ำตา
แม้จะปิดฉากไม่สวย แต่สถิติทีมชาติของเนย์มาร์บอกเลยว่า ระดับมหาเทพของจริง
- เนย์มาร์จารึกชื่อเป็นนักเตะบราซิลคนที่ 2 ในประวัติศาสตร์ที่ยิงประตูในบอลโลกได้ถึง 4 สมัย (2014, 2018, 2022 และ 2026) ตามรอยตำนานอย่าง “เปเล่” แบบติดๆ
- เนย์มาร์ อำลาทีมชาติไปพร้อมกับตำแหน่ง ดาวยิงสูงสุดตลอดกาล ของบราซิล ด้วยผลงานตะบันไป 80 ประตู
- สถิติลงสนามในนามทีมชาติไปถึง 130 นัด (เป็นรองแค่ คาฟู ที่ลงไป 142 นัดเพียงคนเดียวเท่านั้น)
ส่องจังหวะพลาดของบราซิล
เกมนี้บราซิลมีโอกาสทองเพียบ แต่ดันนัดกันดวงกุด ครึ่งแรกได้จุดโทษแต่ บรูโน กิมาไรส์ ดันยิงไปติดเซฟ ออร์ยาน นีลันด์ ซะอย่างนั้น แถมช่วงท้ายเกมไอ้หนูมหัศจรรย์ เอนดริก หลุดเดี่ยวไปดวลเดี่ยวๆ กับโกลก็ดันยิงหลุดกรอบไปแบบไม่น่าเชื่อ
การตกรอบครั้งนี้ถือว่าชอกช้ำสุดๆ เพราะนี่คือการตกรอบฟุตบอลโลกที่เร็วที่สุดของบราซิลนับตั้งแต่ปี 1990 (ตอนนั้นแพ้อาร์เจนตินารอบ 16 ทีม) หลังจากนั้นมาทัพแซมบ้าการันตีเข้าถึงรอบ 8 ทีมมาตลอด 8 สมัยติด
เชื่อหรือไม่ว่า นอร์เวย์ คือทีมเดียวในโลกที่บราซิลแข้งด้วยแล้ว ไม่เคยชนะเลยในประวัติศาสตร์ เจอกันมา 5 นัด นอร์เวย์ชนะ 3 เสมอ 2 แซมบ้าแพ้ทางของจริง
ทรรศนะหลังเกมของ คาร์โล อันเชล็อตติ
ทางด้านกุนซือจอมเก๋าอย่าง คาร์โล อันเชล็อตติ ก็ออกมายืดอกรับสภาพแบบแมนๆ หลังเกมจบว่า
“ทุกคนผิดหวังกันหมดแหละครับ บอลโลกหนนี้เราอาจจะไม่ได้เล่นได้หวือหวาตื่นตาตื่นใจ แต่เราทำได้ดี และจริงๆ เกมนี้เราสมควรเป็นผู้ชนะด้วยซ้ำ แต่อย่างว่าแหละ นี่คือฟุตบอลและนี่คือกีฬา เราต้องกลืนความเจ็บปวดนี้ลงคอแล้วใช้มันเป็นแรงผลักดันเพื่อกลับมาใหม่ในอนาคต”



