cote-divoire-as-ecuador-japan-netherlands-and-sweden-advance

บอลโลก 2026 วันสร้างประวัติศาสตร์! ช้างดำ จับมือ เอกวาดอร์, ญี่ปุ่น, เนเธอร์แลนด์ และสวีเดน ผ่านเข้ารอบ

บันทึกประวัติศาสตร์โลกฟุตบอล สถิติผู้ชมพังทลาย ไอวอรี่โคสต์ ทะลุรอบน็อกเอาท์หนแรก, เอกวาดอร์ หักปากกาเซียนตบอินทรีเหล็กดิ้น ส่วน เนเธอร์แลนด์ ญี่ปุ่น และ สวีเดน กอดคอเข้ารอบตามนัด

แมตช์เดย์นี้บอกเลยว่าประวัติศาสตร์ต้องจารึก เมื่อยอดผู้ชมรวมสะสมในทัวร์นาเมนต์พุ่งกระฉูดไปแตะ 3,605,357 คน ทุบสถิติสูงสุดตลอดกาลของบอลโลกปี 1994 (3,587,538 คน) ลงอย่างราบคาบ ส่วนสถานการณ์ในสนามแต่ละคู่ในกลุ่ม E และ F บอกเลยว่าเดือดจัด ทั้ง “ช้างดำ” ไอวอรี่โคสต์ ที่ตีตั๋วรอบน็อคเอาท์หนแรกในประวัติศาสตร์, เอกวาดอร์ ฮึดพลิกนรกแซงดับอินทรีเหล็ก ส่วน อัศวินสีส้ม, ซามูไรบลู และ ไวกิ้ง กอดคอเข้ารอบน็อกเอาต์

คูราเซา 0-2 ไอวอรี่โคสต์ (Group E)

ไอวอรี่โคสต์รู้ดีว่าขอแค่ชนะคูราเซา ทีมน้องใหม่นัดนี้ได้ จะสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ทันที และพวกเขาก็ไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวัง ออกสตาร์ทล้อฟรีแค่ 7 นาที ย็อง ดิโอมองเด้ ดาวรุ่งตัวเกั่นใช้ความขยันถวายพานให้ นิโกลัส เปเป้ ซัดเหน่งๆ ให้ทีมนำ 1-0 แม้คูราเซาจะพยายามฮึดสู้และมีจังหวะสวนกลับให้เสียวไส้ แต่ความเก๋าคนละคลาส นาที 60 กว่าๆ เปเป้คนเดิมก็มาเบิ้ลลูกสอง ปิดกล่องให้ทัพช้างดำชนะ 2-0 เขี่ยคูราเซาตกรอบ ส่วนพลพรรคช้างดำได้เฮลั่นป่า ทะลุเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ฟุตบอลโลกได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติ

เอกวาดอร์ 2-1 เยอรมนี (Group E)

แม้ว่า “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี จะลอยลำเข้ารอบไปก่อนหน้านี้แล้ว แต่ ยูเลียน นาเกลส์มันน์ กุนซือสมองเพชรก็ไม่ได้มาเล่นๆ จัดทัพใหญ่ลงบด ออกสตาร์ทแค่ 2 นาที เลรอย ซาเน่ ก็ซัดเลียดให้เยอรมนีนำก่อน 1-0 ทำเอาเอกวาดอร์ที่ยังยิงใครไม่ได้เลยในทัวร์นาเมนต์นี้หลังพิงฝา งัดก๊อกสองออกมาลุย ซึ่งอีก 7 นาทีต่อมา นิลสัน อังกูโล่ ตะบันเต็มข้อตรงหัวกะโหลกตีเสมอ 1-1 ก่อนที่ช่วงท้ายเกม กอนซาโล่ พลาต้า จะสวมบทฮีโร่วิ่งมาวอลเลย์เผาขน พลิกชนะเยอรมนีไปแบบช็อกโลก 2-1 พาเอกวาดอร์บินคู่เยอรมนีเข้ารอบน็อคเอาท์ได้เป็นหนที่ 2 ในประวัติศาสตร์ชาติ

ตูนิเซีย 1-3 เนเธอร์แลนด์ (Group F)

ทัพ “อัศวินสีส้ม” เนเธอร์แลนด์ ลงสนามด้วยเงื่อนไขต้องทำผลงานให้ดีกว่าหรือเท่ากับญี่ปุ่น และพรรคพวกก็จัดให้รัวตั้งแต่ออกสตาร์ทซัด 2 ตุงภายใน 7 นาทีแรก จากการทำเข้าประตูตัวเองของ เอลลิส สคิรี่ ก่อนที่ ไบรอัน บร็อบบีย์ ดาวยิงฟอร์มฮอตจะซัดประตูที่ 3 ของตัวเองในทัวร์นาเมนต์นี้ให้ทีมหนีห่าง 2-0 ครึ่งหลังตูนิเซียมีฮึดจาก ฮาเซม มาสตูรี่ ไล่มาเป็น 2-1 แต่สุดท้าย ยาน พอล ฟาน เฮคเก้ ปราการหลังตัวเก่งก็มาซัดประตูปิดจ๊อบ 3-1 ในนาทีที่ 60 กว่าๆ พาทัพกังหันลมคว้าแชมป์กลุ่ม F ไปนอนตีพุง รอสบตา โมร็อกโก ในรอบ 32 ทีมสุดท้าย

ญี่ปุ่น 1-1 สวีเดน (Group F)

คู่นี้แท็กติกชิงไหวชิงพริบกันมันส์หยด “ซามูไรบลู” ญี่ปุ่น หวังจัดหนักเพื่อแซงกังหันสีส้มขึ้นแชมป์กลุ่ม ส่วน “ไวกิ้ง” สวีเดน ก็หลังชนฝาต้องการแต้มเพื่อการันตีการเข้ารอบ ครึ่งแรกระวังตัวกันสุดๆ จบ 0-0 เข้าสู่ครึ่งหลังนาที 54 ริตสึ โดอัน แทงทะลุช่องระดับคลาสเวิลด์ให้ ไดเซน มาเอดะ ซัดให้ญี่ปุ่นนำ 1-0 แต่ดีใจได้ 6 นาที แอนโทนี่ อีแลงก้า ก็มาซัดตีเสมอให้สวีเดน 1-1 จบเกมแบ่งแต้มกันไป ทำให้ญี่ปุ่นเข้ารอบเป็นอันดับ 2 ไปชนตออย่าง บราซิล ในรอบหน้า ส่วนสวีเดนก็ยังยิ้มได้ ทะลุเข้ารอบ 32 ทีมในฐานะหนึ่งในทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุด

ที่มา FIFA