England vs Argentina-fifa-world-cup-2026

พรีวิวฟุตบอลโลก 2026 รอบรองฯ อังกฤษ พบ อาร์เจนติน่า

มหากาพย์คู่แค้น ทัพทรีไลออนส์ ทีมชาติอังกฤษ ขอทลายกำแพงรอบรองฯ ปะทะแชมป์เก่า ทีมชาติอาร์เจนติน่า ที่หวังสร้างประวัติศาสตร์ แย่งตั๋วรอบชิงฯ ฟุตบอลโลก 2026 ใบสุดท้าย

ฟุตบอลโลก 2026 รอบรองชนะเลิศคู่ที่สองที่สนามแอตแลนตา สเตเดียม เป็นการโคจรมาเจอกันของสองคู่ปรับตลอดกาลที่มีประวัติศาสตร์แค้นฝังหุ่นกันยาวนานอย่าง “สิงโตคำราม” อังกฤษ ของกุนซือ โธมัส ทูเคิ่ล ที่หมายมั่นปั้นมือจะเข้าชิงหนที่สองในประวัติศาสตร์ ต้องโคจรมาปะทะกับ “ฟ้าขาว” อาร์เจนติน่า แชมป์เก่าจอมเก๋าเกมที่สถิติรอบรองฯ แกร่งทั่วแผ่น โดยมีตั๋วรอบชิงชนะเลิศใบสุดท้ายเป็นเดิมพัน

โปรแกรมการแข่งขันรอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2026

คู่เดือด : อังกฤษ พบ อาร์เจนติน่า
สนาม : แอตแลนตา สเตเดียม
วัน-เวลาแข่งขัน : วันพุธที่ 15 กรกฎาคม 2026 02:00 น. (ตามเวลาประเทศไทย)

ส่องผลงานที่ผ่านมาของทั้งสองทีม

ทีมชาติอังกฤษ

ทัพสิงโตคำรามชุดนี้บอกเลยว่า “ไม่ได้มาเล่นๆ” และผ่านสมรภูมิโหดมาเพียบในรอบแรกพวกเขาเปิดหัวด้วยการแลกหมัดชนะ โครเอเชีย 4-2 ก่อนจะไปดึงเช็งเสมอ กานา 0-0 และทุบ ปานามา 2-0 เข้ารอบเป็นแชมป์กลุ่ม L พอเข้ารอบน็อคเอาท์ก็โชว์ความอึดพลิกนรกแซงชนะ คองโก ดีอาร์ 2-1 ในรอบ 32 ทีม ตามด้วยการเล่น 10 คนสู้ตายถวายชีวิตเบียดชนะเจ้าภาพร่วม เม็กซิโก ในรอบ 16 ทีม และล่าสุดในรอบ 8 ทีมก็โดน นอร์เวย์ นำไปก่อน แต่ได้ จู๊ด เบลลิงแฮม ซัดเบิ้ลพาทีมแซงชนะ 2-1 ลิ่วเข้ารอบรองฯ มาได้แบบสะใจแฟนบอล

นี่เป็นการเข้าข่ายรอบ 4 ทีมสุดท้ายหนที่สองจาก 3 สมัยหลังสุด แกนหลักของทีมหนนี้หนีไม่พ้น แฮร์รี่ เคน กัปตันทีมตัวเก๋าที่ลุ้นรองเท้าทองคำ และไอ้หนูมหัศจรรย์ จู๊ด เบลลิงแฮม ที่ยิงไปแล้วคนละ 6 ประตู! จารึกสถิติโลกเป็นหนแรกที่มีนักเตะจากชาติเดียวกันยิงได้ถึงครึ่งโหลพร้อมกันในทัวร์นาเมนต์เดียว โดยมี บูกาโย่ ซาก้า และ แอนโทนี่ กอร์ดอน คอยทำทางจ่ายบอลไปแล้วคนละ 3 แอสซิสต์

คาดการณ์ 11 ตัวจริงอังกฤษ (4-2-3-1)

จอร์แดน พิคฟอร์ด (GK); รีซ เจมส์, เอซรี่ คอนซ่า, มาร์ค เกฮี, นิโก โอเรลลี; เอลเลียต แอนเดอร์สัน, ดีแคลน ไรซ์; บูกาโย่ ซาก้า, Jude เบลลิงแฮม, แอนโทนี่ กอร์ดอน; แฮร์รี่ เคน

ทีมชาติอาร์เจนติน่า

ฝั่งแชมป์เก่า “อัลบิเซเลสเต้” ของ ลิโอเนล สกาโลนี่ หวังสร้างประวัติศาสตร์ป้องแชมป์โลกให้ได้นับตั้งแต่บราซิลทำไว้ปี 1962 พวกเขาสตาร์ทนัดแรกต้อน แอลจีเรีย 3-0 โดย ลิโอเนล เมสซี่ กดแฮตทริกขึ้นแท่นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลฟุตบอลโลกทันที ก่อนจะเก็บชัยเหนือ ออสเตรีย และ จอร์แดน พอเข้ารอบ 32 ทีมและ 16 ทีมก็เล่นเอาแฟนบอลหัวใจจะวาย ชนะ กาบูเวร์ดี 3-2 (ต่อเวลา) และเฉือน อียิปต์ 3-2 ล่าสุดรอบ 8 ทีมก็ต้องลากยาว 120 นาทีอีกครั้งก่อนได้ ฮูเลียน อัลวาเรซ กับ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ ซัดช่วงต่อเวลาสอย สวิตเซอร์แลนด์ 3-1

ความน่ากลัวระดับมหาเทพของอาร์เจนติน่าคือ พวกเขาเคยเข้ารอบรองชนะเลิศมา 5 ครั้งก่อนหน้านี้ และ ชนะรวด 100% ผ่านเข้าชิงได้ทุกครั้ง โดยมีเมสซี่เป็นหัวใจในเกมรุก ทัวร์นาเมนต์นี้ซัดกระจุย แถมนักเตะคนอื่นในทีมอีก 7 คนช่วยกันแบ่งเบาภาระยิงประตู และอีก 8 คนช่วยแอสซิสต์ เกมรับมี คริสเตียน โรเมโร่ จับคู่กับ ลิซานโดร มาร์ติเนซ ปักหลักชนดุดัน พร้อมมี เอมี่ มาร์ติเนซ จอมกวนประสาทเซฟอุตลุดอยู่เบื้องหลัง

คาดการณ์ 11 ตัวจริงอาร์เจนติน่า (4-4-2)

เอมี่ มาร์ติเนซ (GK); นาฮูเอล โมลิน่า, คริสเตียน โรเมโร่, ลิซานโดร มาร์ติเนซ, นิโคลัส ตาเกลียฟิโก้; โรดริโก้ เด ปอล, เลอันโดร ปาเรเดส, อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์, เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ; ลิโอเนล เมสซี่, ฮูเลียน อัลวาเรซ

ย้อนรอยการพบกันของทั้ง 2 ทีม

คู่นี้เจอกันในฟุตบอลโลกมาแล้ว 5 ครั้ง เป็นอังกฤษที่ชนะ 3 ส่วนอาร์เจนติน่าชนะ 2 แต่ทุกนัดคือตำนาน

  • ปี 1962 & 1966 อังกฤษสอยนิ่มในรอบแรก 3-1 และเชือด 1-0 ในรอบ 8 ทีมปีกรุงลอนดอน
  • ฟุตบอลโลก 1986 ที่ เม็กซิโก รอบ 8 ทีม นัดจุดชนวนความแค้น ดิเอโก้ มาราโดนา โชว์ลากเลื้อยครึ่งสนามเข้าไปยิง และตำนานลูก “หัตถ์พระเจ้า” (Hand of God) เขี่ยอังกฤษตกรอบแบบเจ็บแสบ
  • ฟุตบอลโลก 1998 ที่ฝรั่งเศสรอบ 16 ทีม แมตช์ดรามาติกสุดขีด ไอ้หนู ไมเคิล โอเว่น ยิงโซโล่รันระดับโลก, เดวิด เบ็คแฮม โดนใบแดงสะท้านโลกจากการดีดขาใส่ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ ก่อนที่อังกฤษจะแพ้จุดโทษเพราะ พอล อินซ์ กับ เดวิด แบตตี้ ยิงพลาด
  • ฟุตบอลโลก 2002 ที่เกาหลีใต้-ญี่ปุ่น รอบแรก เบ็คแฮมสวมปลอกแขนกัปตันทีมกลับมาล้างตา ซัดจุดโทษเต็มข้อเป็นประตูชัยให้อังกฤษเฉือน 1-0 ส่งผลให้อาร์เจนติน่าตกรอบแรกเป็นหนแรกในรอบ 40 ปี

รอบนี้กลับมาซัดกันในรอบ 4 ทีมสุดท้าย บอลระบบและหัวจิตหัวใจนักสู้ของอังกฤษชุดทูเคิ่ล จะสามารถล้างอาถรรพ์รอบรองฯ หรือจะโดนความเก๋าและบารมีมหาเทพของเมสซี่สยบลงได้ ผู้ชนะในคู่นี้จะตีตั๋วบินตรงสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกในวันที่ 19 กรกฎาคม ที่สนามนิวยอร์ก นิวเจอร์ซีย์ โดยจะไปรอไขว้เจอผู้ชนะระหว่าง ฝรั่งเศส หรือ สเปน ปักหมุดรอดูแทคติกคู่นี้ได้เลย เดือดทะลุปรอทแน่นอน