ประวัติศาสตร์ต้องจารึกชื่อ ทาเพโล มาเซโก้ ซัดตาข่ายแตกพาแอฟริกาใต้ล้มเกาหลีใต้ 1-0 ตีตั๋วลิ่วรอบน็อคเอาท์หนแรกในประวัติศาสตร์
ในศึกฟุตบอลโลก 2026 กลุ่ม A นัดชี้ชะตาที่เมืองมอนเตร์เรย์ เกมนี้บอกเลยว่าเดิมพันสูงลิบลิ่วเพราะเป็นแมตช์ที่แพ้ไม่ได้ด้วยกันทั้งคู่ ทว่าสุดท้ายเป็นขุนพล “บาฟาน่า บาฟาน่า” แอฟริกาใต้ ที่เคี้ยวเล็บคมกว่า บดเอาชนะทัพ “โสมขาว” เกาหลีใต้ ไปได้แบบสุดมันส์ 1-0 สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ทะลุเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ฟุตบอลโลกได้เป็นหนแรกนับตั้งแต่ก่อตั้งประเทศ
เปิดฉากมาครึ่งแรก แม้ว่ากองเชียร์ในสนามส่วนใหญ่จะเป็นแฟนบอลเกาหลีใต้ แต่กลายเป็นแอฟริกาใต้ที่ทำเกมได้น่ากลัวและวูบวาบกว่าอย่างเห็นได้ชัด เกมนี้ ทาเพโล มาเซโก้ ปีกตัวจี๊ดเกือบได้ส้มหล่นกระชากไปพังประตูตั้งแต่ต้นเกมแต่โดน ลี กีฮยอก กองหลังเกาหลีใต้สไลด์ตัดหน้าสกัดทิ้งได้แบบหวุดหวิด
หลังจากนั้น คิม ซึงกิว นายทวารพลังโสมต้องออกแรงเซฟอุตลุด ทั้งบินปัดลูกยิงไกลระยะเผาขนของ ทาเลนเต้ มบาธา แถมยังต้องปฏิเสธลูกชาร์จจ่อ ๆ ของ เอวิเดนซ์ มักโกปา ช่วยให้เกาหลีใต้รอดตายหวุดหวิดประคองสกอร์ 0-0 ไว้ได้ในครึ่งแรก
เข้าสู่ครึ่งหลัง ฮง มยองโบ กุนซือเกาหลีใต้ตัดสินใจแก้เกมแบบใส่หมดตัก เปลี่ยนตัวรวดเดียว 3 คน ส่งทีเด็ดอย่าง ซน ฮึงมิน ลงมาหวังพังประตูขึ้นนำให้ได้ และทัพโสมขาวก็พับสนามบุกพยายามครองบอลกดดันอย่างหนัก
แต่ทว่า ในจังหวะที่เกาหลีใต้กำลังโหมบุกเพลิน ๆ แอฟริกาใต้ก็โชว์สเต็ปสวนกลับเร็วปานสายฟ้าแลบ เทชปัง โมเรมี่ ได้บอลทางกราบซ้ายก่อนกระชากหลบกองหลังแล้วตบเข้ากลางตัดหน้ากรอบเขตโทษ บอลมาถึง ทาเพโล มาเซโก้ ดึงบอลเข้าซ้ายข้างถนัดแล้วจัดการกดเปรี้ยงยัดเสาแรกเข้าไปอย่างเด็ดขาดในนาทีที่ 63 พาแอฟริกาใต้ออกนำ 1-0 สวนทางรูปเกมแบบช็อกแฟนบอลโสมขาวทั้งสนาม
หลังจากนั้นเกาหลีใต้พยายามบุกกู้ชีพแต่เจาะไม่เข้า สิ้นเสียงนกหวีดยาว แอฟริกาใต้เฉือนชนะ 1-0 คว้าอันดับ 2 ของกลุ่ม A ไปครองอย่างยิ่งใหญ่
ประตูชัยในนัดนี้ทำให้ ทาเพโล มาเซโก้ จารึกชื่อเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ของแอฟริกาใต้ที่ทำประตูได้ในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ด้วยวัยเพียง 22 ปี กับอีก 225 วัน
ในฐานะรองแชมป์กลุ่ม A แอฟริกาใต้ มีคิวบินไปลุยศึกรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่ลอสแอนเจลิส ในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ โดยจะต้องโคจรไปฟัดกับ แคนาดา รองแชมป์ของกลุ่ม B บอกเลยว่าคู่นี้มันส์หยดติ๋งแน่นอน



