“ไวกิ้ง” นอร์เวย์ งสร้างประวัติศาสตร์ลิ่วรอบ 8 ทีมหนแรก พร้อมท้าชน พลพรรค “ทรีไลออนส์” อังกฤษ ชิงตั๋วรอบรองฯ ฟุตบอลโลก 2026 ที่ไมอามี
ศึกสายเลือดร่วมทวีปยุโรปในรอบ 8 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลก 2026 หนนี้ เป็นการเจอกันระหว่าง “ไวกิ้ง” นอร์เวย์ ทีมม้ามืดนอกสายตาที่กำลังสร้างเทพนิยายบทใหม่ ปะทะกับ “สิงโตคำราม” อังกฤษ ยักษ์ใหญ่ขวัญใจคอบอลมหาชน โดยมีตั๋วรอบรองชนะเลิศในวันที่ 15 กรกฎาคมที่แอตแลนตาเป็นเดิมพัน งานนี้บอกเลยว่าแผงหลังอังกฤษมีหนาวๆ ร้อนๆ
โปรแกรมการแข่งขันรอบ 8 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2026
คู่เดือด : นอร์เวย์ พบ อังกฤษ
สนาม : ไมอามี สเตเดียม
วัน-เวลาแข่งขัน : วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม เวลา 04:00 น. (ตามเวลาประเทศไทย)
ส่องผลงานที่ผ่านมาของทั้งสองทีม
ทีมชาตินอร์เวย์
ทัพไวกิ้งของ สตาร์เล่ โซลบัคเคน กลายเป็นหนึ่งในสตอรี่ที่พีกที่สุดของบอลโลกหนนี้ไปแล้ว หลังจากหักปากกาเซียนผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ พวกเขาเข้ารอบมาในฐานะรองแชมป์กลุ่ม I ตามหลังฝรั่งเศส ก่อนจะมาระเบิดฟอร์มในรอบน็อคเอาท์ ซึ่งฮีโร่จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก เออร์ลิง ฮาลันด์ จอมมารบูตัวแสบที่กดประตูชัยท้ายเกมดับ ค้นโกดิวัวร์ 1-0 ในรอบ 32 ทีม และเบิ้ลสองตุงต้อนแชมป์โลก 5 สมัยอย่าง บราซิล หงายเก๋ง 2-1 ในรอบ 16 ทีม
ตอนนี้ฮาลันด์กดไปแล้ว 7 ประตูจาก 4 นัด นำเป็นดาวซัลโวร่วมในศึกชิงรองเท้าทองคำเคียงบ่าเคียงไหล่กับ คิลิยัน เอ็มบัปเป้ และ ลิโอเนล เมสซี่ แบบอย่างตึง
คาดการณ์ 11 ตัวจริงนอร์เวย์ (4-3-3)
ออร์ยัน นีลันด์ (GK); ยูเลี่ยน ไรเออร์สัน, คริสตอฟเฟอร์ อาเยอร์, ทอร์บยอร์น เฮกเก็ม, ดาวิด มิลเลอร์ โวลเฟ่; พาทริค แบร์ก, ซานเดอร์ แบร์เก้, มาร์ติน โอเดการ์ด; อเล็กซานเดอร์ ซอร์ลอธ, เออร์ลิง ฮาลันด์, อันโตนิโอ นูซ่า
ทีมชาติอังกฤษ
ฝั่งสิงโตคำรามของ โธมัส ทูเคิ่ล ผ่านรอบแบ่งกลุ่มมาแบบหล่อๆ ด้วยการเป็นแชมป์กลุ่ม L เหนือโครเอเชีย, กานา และปานามา แต่พอเข้ารอบน็อคเอาท์บอกเลยว่ารากเลือด รอบ 32 ทีมโดน ดีอาร์ คองโก นำก่อน แต่ได้ แฮร์รี่ เคน ซัดเบิ้ลช่วงท้ายเกมพากลับมาชนะ 2-1
ส่วนรอบ 16 ทีมล่าสุดที่ซัดกับเจ้าภาพ เม็กซิโก ก็โชว์ความเหนียวแน่นขั้นสุด ได้ จูด เบลลิงแฮม เหมาสองลูกพาทีมนำร่อง แม้ครึ่งหลังจะเหลือนักเตะ 10 คน แต่ก็ยันสกอร์ชนะมาได้ 3-2 ทะลุเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายเป็นหนที่ 11 ในประวัติศาสตร์ โดยอังกฤษหวังล้างอายจากหนก่อนที่ตกรอบนี้ด้วยฝีมือฝรั่งเศสให้ได้
คาดการณ์ 11 ตัวจริงอังกฤษ (4-2-3-1)
จอร์แดน พิคฟอร์ด (GK); เอซรี่ คอนซ่า, จอห์น สโตนส์, มาร์ค เกฮี, นิโก โอเรลลี; ดีแคลน ไรซ์, เอลเลียต แอนเดอร์สัน; บูกาโย ซาก้า, จูด เบลลิงแฮม, แอนโทนี่ กอร์ดอน; แฮร์รี่ เคน
ย้อนรอยการพบกันของทั้ง 2 ทีม
คู่นี้เดินออกจากอุโมงค์มาคงทักทายกันสนุก เพราะนักเตะนอร์เวย์ชุดนี้ค้าแข้งในพรีเมียร์ลีกถึง 9 จาก 26 คนฮาลันด์ จะต้องลงไปฟัดกับเพื่อนร่วมทีมแมนฯ ซิตี้ อย่าง นิโก โอเรลลี, มาร์ค เกฮี และศิษย์เก่าเรือใบสีฟ้า จอห์น สโตนส์
ขณะที่กัปตันทีม มาร์ติน โอเดการ์ด ก็ต้องบู๊กับแก๊งปืนใหญ่ อาร์เซนอล ทั้ง ดีแคลน ไรซ์ และ บูกาโย ซาก้า รู้ไส้รู้พุงกันหมดแบบนี้ แทคติกหน้างานของโค้ชล้วนๆ



