สองมหาอำนาจลูกหนังคาบสมุทรไอบีเรียอย่าง สเปน และ โปรตุเกส คว้าตั๋วไปเจอกันเองในรอบ 16 ทีมสุดท้ายศึกฟุตบอลโลก 2026
เตรียมปากกามาวงปฏิทินรอได้เลย เพราะนี่คือซูเปอร์บิ๊กแมตช์แห่งศตวรรษ เมื่อ “เจ้าหนูมหัศจรรย์” ลามีน ยามาล ร่ายมนต์พา “กระทิงดุ” ทุบออสเตรียยับ 3-0 ขณะที่ “พี่โด้” CR7 ราชาลูกหนังตลอดกาล สังหารจุดโทษพรีเมียมกู้ชีพพา “ฝอยทอง” พลิกแซงโครเอเชียสุดดราม่า 2-1 ในศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบ 32 ทีมสุดท้าย ส่งผลให้ สเปน ชน โปรตุเกส ในรอบ 16 ทีม
สเปน 3-0 ออสเตรีย
นาทีนี้อย่ามองข้ามทัพกระทิงดุเด็ดขาด เกมที่ลอสแอนเจลิส สเปนโชว์บอลระบบต้อนออสเตรียจนอยู่หมัด โดยเฉพาะ มิเกล โอยาร์ซาบาล ที่กดเพิ่มในทัวร์นาเมนต์นี้เป็น 4 ประตู จี้ติดกลุ่มผู้นำดาวซัลโวอย่าง เอ็มบัปเป้, เมสซี่, เคน และ ฮาลันด์ แถมนัดนี้ ลามีน ยามาล ลงไปวาดลวดลายโชว์สกิลระดับเวิลด์คลาสไป 85 นาทีเต็ม ทำเอาแผงหลังออสเตรียทัวร์ลงกันระนาว บุกไปชนะสบายๆ คลีนชีต 4 นัดติด ตีตั๋วสู่ดัลลัสแบบหล่อๆ
สเปนเก็บคลีนชีต 4 นัดรวดในทัวร์นาเมนต์นี้ ทำให้ อูไน ซิมอน ทาบสถิติตลอดกาลของ วอลเตอร์ เซงก้า ด้วยการเก็บคลีนชีต 5 นัดติดต่อกันในบอลโลก แถมทำลายสถิติไม่เสียประตูนานที่สุดในทัวร์นาเมนต์ไปด้วยเวลา 519 นาที แซงหน้าเซ็งก้าที่ทำไว้ 517 นาทีเรียบร้อย
โปรตุเกส 2-1 โครเอเชีย
สงครามรุ่นใหญ่ของแข้งวัย 40+ รอบนี้ผู้ชนะมีเพียงหนึ่งเดียว และเป็น คริสเตียโน โรนัลโด้ ที่ได้ยิ้มเยาะใส่เพื่อนเก่าอย่าง ลูก้า โมดริช
เกมนี้โครเอเชียนำก่อนจากเก๋าพ่อมด อิวาน เปริซิช แถมโดนริบคืนอีกประตู ส่วนฝั่งโด้ก็โดนริบประตูไปเหมือนกัน แต่แล้วโปรตุเกสก็มาได้จุดโทษ และเป็น พี่โด้ สังหารเข้าไปไม่เหลือซากตีเสมอ 1-1 เกมทำท่าจะจบด้วยผลเสมอ แต่นาทีบาปช่วงทดเจ็บ กอนซาโล รามอส กองหน้าซูเปอร์ซับของ โรเบร์โต้ มาร์ติเนซ โผล่มาจิ้มให้โปรตุเกสนำ2-1 เท่านั้นไม่พอ วินาทีสุดท้ายของเกม ยอสโก้ กวาร์ดิโอล เกือบจะตีเสมอให้โครเอเชียได้ แฟนบอลหัวใจจะวายแต่โดนเซฟไว้ได้แบบเส้นยาแดงผ่าแปด จบเกมไปแบบสุดมันส์ ฝอยทองเก็บโควต้าไปชนสเปนได้ในนัดถัดไป
คริสเตียโน โรนัลโด้ ในวัย 41 ปี ปลดล็อกสกอร์ในรอบน็อคเอาท์ฟุตบอลโลกได้เป็น ครั้งแรกในชีวิต จากการลงเล่นรอบนี้เป็นนัดที่ 9 พร้อมทำสถิติเป็น นักเตะอายุมากที่สุดที่ยิงได้ในรอบน็อคเอาท์ฟุตบอลโลก ทำลายสถิติเดิมของ เปเป้ เพื่อนซี้นักเตะรุ่นพี่ที่เคยทำไว้ตอนอายุ 39 ปี



