พกไฟแค้นมาจากพรีเมียร์ลีกแบบเต็มกระเป๋า! หลังโดน แมนฯ ซิตี้ บุกมาต้อน 3-0 เมื่อสุดสัปดาห์ก่อน ลิเวอร์พูล ของ อันโดนี อิราโอลา ก็บุกไปลงแรงใส่เจ้าถิ่นในศึก UEFA Champions League คืนวันพุธที่ผ่านมาชนิดที่ว่า กระซวกตาข่ายยับเยิน 6-3
ไฮไลต์เด็ดอยู่ที่ดาวรุกตัวใหม่ค่าตัวมหาศาลอย่าง แบรดลีย์ บาโค ล่า ที่เพิ่งย้ายมาจากเปแอสเช ระเบิดฟอร์มกด แฮตทริกแรกในชีวิตการค้าแข้งทะลายแรงกดดันสำเร็จ แถมดาวรุ่งอย่าง ลูอิส คูมาส ก็โชว์ฟอร์มโหดทำลายสถิติตำนานสโมสร แต่ทรงบอลเกมรับครึ่งหลังโดยเฉพาะจังหวะเปลี่ยนเอา เซอร์จิล ฟาน ไดจ์ค กับ โจ โกเมซ ลงมา ก็ทำเอาอิราโอลาถึงกับกุมขมับเพราะเสียไปถึง 3 ลูก
วันนี้มหาเทพกูรูฟุตบอลจะพามาเจาะลึกเกมรุกระดับมหาเทพ และสถิติปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นในแมตช์นี้ มาดูกันเลย
อิราโอลาจัดทัพดาวรุ่งลงสนามเป็นชุดที่อายุน้อยที่สุดอันดับ 3 ในประวัติศาสตร์แชมเปียนส์ลีกของสโมสร และผลลัพธ์ครึ่งแรกก็เดินหน้าต้อนขาดลอย
-
นาทีที่ 22 (0-1): คอสตาส ซิมิกาส เปิดเตะมุมเข้ากลาง โรนัลด์ อารูโฮ โฉบมาโหม่งเน้นๆ พานำก่อน
-
นาทีที่ 24 (0-2): ผ่านไปแค่ 96 วินาที ลูอิส คูมาส ลากดึงตัวผู้เล่นก่อนปาดให้ แบรดลีย์ บาโค ล่า ซัดด้วยซ้ายเบียดเสาเข้าไปอย่างคมกริบ
-
นาทีที่ 37 (0-3): โฟลเรียน เวียร์ตซ์ จ่ายบอลทะลุช่องระดับคลาส A+ ให้ บาโค ล่า หลุดไปแปสวนตัวผู้รักษาประตูเข้าไปนิ่มๆ
-
นาทีที่ 51 (0-4): ซิมิกาส เปิดบอลเข้ากลางให้ เจเรมี ฟริมปง สอดมาโหม่งเปลี่ยนทางเข้าไป
-
นาทีที่ 60 (1-4): อิราโอลาเปลี่ยนแนวรับเอา ฟาน ไดจ์ค และ โกเมซ ลงมาปุ๊บ… ไม่กี่วินาที อิวาน ดิบ็องโก้ ก็จ่ายให้ โรเบิร์ต ลูบิชิช ซัดไข่แตกให้ลาสค์
-
นาทีที่ 63 (1-5): ฟริมปง ปาดบอลข้ามมาให้ บาโค ล่า ยิงเข้าประตูโล่งๆ ทำ แฮตทริก ได้สำเร็จ
-
นาทีที่ 65 (1-6): ฟริมปง คนเดิมครอสบอลให้ ลูอิส คูมาส ชาร์จจ่อๆ ลอดตัวมือกาวเข้าไป
-
นาทีที่ 68 & 77 (3-6): เกมรับหงส์แดงเกิดอาการเหม่อ ดิบ็องโก้ จัดอีก 2 แอสซิสต์ให้ โฟลเรียน เฟล็กเกอร์ เหมาสองประตูไล่ขึ้นมา แต่ก็ไม่ทันการณ์จบเกมไปด้วยสกอร์มหัศจรรย์ 6-3
ตัวเลขสถิติหลังเกม ลิเวอร์พูล 6-3 ลาสค์
ประวัติศาสตร์ยิงยับรอบ 25 ปี
-
นี่คือแมตช์บอลยุโรปที่ ยิงกันเยอะที่สุดของลิเวอร์พูล นับตั้งแต่ปี 2001 (นัดชิง UEFA Cup ที่ชนะ อลาเบส 5-4 ยิงรวมกัน 9 ลูกเท่ากัน)
-
แถมในประวัติศาสตร์ศึก ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก มีแมตช์ที่มีประตูเกิดขึ้นมากกว่าเกมนี้เพียงแค่ 4 นัดเท่านั้น
-
นี่คือการบุกไป ยิง 6 ประตูขึ้นไปในเกมนอกบ้าน ศึกแชมเปียนส์ลีก เป็นครั้งที่ 3 ในประวัติศาสตร์สโมสร (ต่อจากปี 2017 ถล่ม มาริบอร์ 7-0 และปี 2022 ถล่ม เรนเจอร์ส 7-1)
แบรดลีย์ บาโค ล่า (Bradley Barcola)
-
การลงสนามนัดที่ 238 ในชีวิตการค้าแข้งระดับอาชีพ (รวมสโมสรและทีมชาติ) ในที่สุด บาโค ล่า ก็สามารถกด แฮตทริกแรกในชีวิต ได้สำเร็จ
-
เขากลายเป็นนักเตะลิเวอร์พูลคนแรกที่ทำแฮตทริกได้ในทุกรายการ นับตั้งแต่ที่ หลุยส์ ดิอาซ เคยทำได้ในเกมพบ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน เมื่อ พ.ย. 2024
ลูอิส คูมาส (Lewis Koumas) — โคตรดาวรุ่งทำลายสถิติป๋าเจิด!
-
ด้วยวัยเพียง 21 ปี 25 วัน คูมาส กลายเป็น ผู้เล่นอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ลิเวอร์พูล ที่ทั้งยิงและจ่าย (Goal & Assist) ได้ในนัดเดียว บนเวที ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก
-
เขาทำลายสถิติเดิมของระดับตำนานอย่าง สตีเวน เจอร์ราร์ด ที่เคยทำไว้ด้วยวัย 21 ปี 139 วัน ในเกมพบ ดินาโม เคียฟ เมื่อปี 2001 เรียบร้อยแล้ว
อิวาน ดิบ็องโก้ (Yvan Dibango) & คอสตาส ซิมิกาส (Kostas Tsimikas)
-
ดิบ็องโก้ ของลาสค์ จัดไป 3 แอสซิสต์ในเกมเดียว! กลายเป็นผู้เล่นชาวแอฟริกันคนที่ 3 ในประวัติศาสตร์ UCL ที่ทำได้ต่อจาก ซามูเอล เอโต้ (ปี 2006) และ อัชราฟ ฮาคิมี่ (ปี 2018)
-
ส่วนทางฝั่งหงส์แดง คอสตาส ซิมิกาส รับบทกัปตันจำเป็นแบบสุดปัง สร้างโอกาส (Chances Created) ให้เพื่อนยิงถึง 6 ครั้ง พร้อมจัดไป 2 แอสซิสต์เน้นๆ
สรุป : เกมรุกของหงส์แดงยุค อิราโอลา โหดจัดระเบียบดีมากๆ กด xG พุ่งสูงถึง 3.34 จากโอกาสยิง 26 ครั้ง (ยิงในครึ่งแรกถึง 19 ครั้ง ซึ่งเป็นสถิติทรงบอลเยือนสูงสุดใน UCL) เวียร์ตซ์ บาโค ล่า และคูมาส เล่นกันได้น่าตื่นตาตื่นใจสุดๆ แต่เกมรับช่วงครึ่งหลังโดนส่อง xG ไป 2.02 ลูก ถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่กุนซือสแปนิชต้องรีบกลับไปขันน็อตด่วนๆ ก่อนเจอศึกหนักในลีก
แหล่งข้อมูล Opta Analyst



