ลิเวอร์พูลแซง 2-1 เบรนด์ฟอร์ด

ใบแดงปลิวว่อน! อิซัคคัมแบ็กซัดชัยพา ลิเวอร์พูล พลิกแซงเบรนท์ฟอร์ด 2-1

ในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ของ อันโดนี อิราโอลา โชว์หัวจิตหัวใจสุดแกร่ง พลิกสถานการณ์จากตามหลัง 0-1 และโดนยกเลิกจุดโทษ บุกไปเอาชนะ “ผึ้งพิฆาต” เบรนท์ฟอร์ด ถึงถิ่นจีเทค คมูนิตี้ สเตเดี้ยม 2-1 ยัดเยียดความพ่ายแพ้นัดแรกในลีกซีซั่นนี้ให้แก่เจ้าถิ่น พร้อมแซงขึ้นมารั้งอันดับ 5 ของตารางคะแนนเรียบร้อย

จุดเปลี่ยนสำคัญของเกมอยู่ที่ 2 ใบแดง ของเบรนท์ฟอร์ด โดยเฉพาะใบแดงแรกช่วงทดเจ็บครึ่งแรกของ เยฮอร์ ยาร์โมลูก ที่ไปเฮดบัตต์ใส่ เจเรมี ชาเกต์ แบบโง่ๆ ทำให้ผึ้งพิฆาตต้องเล่น 10 คนทั้งครึ่งหลัง ก่อนที่ บิกตอร์ มูนญอส และ อเล็กซานเดอร์ อิซัค ที่หายเจ็บกลับมา จะลงมาสวมบทฮีโร่ซัดคนละลูกพาทีมพลิกคว้า 3 แต้มสะใจสาวกเดอะค็อป

วันนี้จะพามาเจาะลึกชัยชนะสุดดราม่าของหงส์แดง มาดูกันเลย

ลิเวอร์พูลแซง 2-1 เบรนด์ฟอร์ด

ช่วง 45 นาทีแรกเกมซัดกันสนุก ต่างฝ่ายต่างมีโอกาสลุ้นประตูเน้นๆ

  • VAR ริบจุดโทษ: อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ โดน ดันโก้ อัวตตาร่า พุ่งเสียบในเขตโทษ ผู้ตัดสิน จอห์น บรู๊คส์ ชี้ไปที่จุดโทษทันที แต่หลังเช็ก VAR ภาพชี้ชัดว่าอัวตตาร่าใช้ส้นเท้าสกิดบอลออกไปก่อน ผู้ตัดสินเลยยกเลิกจุดโทษไป

  • นาทีที่ 44 (1-0): เบรนท์ฟอร์ดได้เฮก่อนเมื่อ อิกอร์ ติอาโก้ ได้ตั้งป้อมเปิดบอลข้ามไปเสาไกลให้ คีน ลูอิส-พ็อตเตอร์ เทกตัวโหม่งย้อยเสียบหน้าต่างมุมขวาเข้าไปอย่างสวยงามส่งผึ้งขึ้นนำ

  • ดราม่าใบแดงช็อกแฟนบอล: นานาจิตตังช่วงทดเจ็บครึ่งแรกนาทีที่ 45+8 จังหวะแย่งตำแหน่งเตรียมเปิดเตะมุม เยฮอร์ ยาร์โมลุค ฟิวส์ขาดไปเอาหัวโขกใส่ เชเรมี่ ชาคเก้ต์ กองหลังหงส์แดง ผู้ตัดสินไม่ลังเลแจกใบแดงไล่ออกทันที ทำให้เบรนท์ฟอร์ดต้องเล่น 10 คนตลอดครึ่งหลัง

เมื่อได้เปรียบตัวผู้เล่น อันโดนี่ อิราโอร่า สั่งหงส์แดงเปิดเกมรุกเต็มสูบเพื่อทวงประตูคืน

  • นาทีที่ 60 (1-1): ฟลอเรียน เวิร์ตซ์ จ่ายบอลถวายพานให้ วิคเตอร์ มูนญอซ สปีดตามไปแต่งเข้าซ้ายก่อนซัดปั่นโค้งเสียบเสาไกลเข้าไปอย่างคมกริบ

  • นาทีที่ 66 (1-2): ลิเวอร์พูลได้ประตูแซงนำจากจังหวะเปิดโด่งของ แม็ค อัลลิสเตอร์ บาร์โคล่า โหม่งตั้งหักกลับมาให้ อเล็กซานเดอร์ อิซัค ที่เพิ่งหายเจ็บกลับมา ลงมาซัดด้วยขวาเต็มตีนตอกฝาหนวดผ่านมือ คาโอมฮิน เคลเลเฮอร์ เข้าไปซุกตาข่าย

  • สังเวยใบแดงที่สอง: เบรนท์ฟอร์ดพยายามฮึดสู้แต่ช่วงทดเจ็บนาที 90+2 วิตาลี่ ยาเนลต์ ไปตัดฟาวล์น่าเกลียดใส่ ริโอ อึงกูโมฮา ตัวสำรองสายจี๊ด โดนใบเหลืองที่สองกลายเป็นใบแดงไล่ออกจากสนามไปอีกคน ทำให้เบรนท์ฟอร์ดเหลือผู้เล่นแค่ 9 คน หมดสิทธิ์ไล่ตามตีเสมอ

สถิติหลังเกมและเกร็ดสำคัญจากเกม เบรนท์ฟอร์ด 1-2 ลิเวอร์พูล

อเล็กซานเดอร์ อิซัค (Alexander Isak)

  • อิซัค สลัดอาการบาดเจ็บต้นขาลงมาทำประตูชัย และรักษาสถิติสุดโหด: ยิงประตูใส่ เบรนท์ฟอร์ด ได้ตลอดทั้ง 5 นัดที่เจอกันในศึกพรีเมียร์ลีก (4 นัดก่อนหน้ายิงในเสื้อนิวคาสเซิล)

  • ในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก มีเพียง น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ และ สเปอร์ส เท่านั้นที่อิซัคยิงใส่ติดต่อกันได้ยาวนานขนาดนี้

โฟลเรียน เวียร์ตซ์ (Florian Wirtz)

  • เวียร์ตซ์ โชว์ฟอร์มตบหน้าวิจารณ์ด้วยการจัด แอสซิสต์ 2 นัดติดต่อกันทุกรายการ ให้ลิเวอร์พูลได้เป็นครั้งแรก

  • สถิติระดับมาสเตอร์พีซ: เวียร์ตซ์ สร้างโอกาสจาก Open Play ไปถึง 9 ครั้ง ในเกมนี้ กลายเป็นผู้เล่นคนแรกที่ทำได้ต่อ 1 นัดในพรีเมียร์ลีก นับตั้งแต่ ซาดิโอ มาเน่ เคยทำไว้กับเบิร์นลีย์เมื่อมกราคม 2021 และเป็นผู้เล่นทีมเยือนคนแรกที่ทำได้นับตั้งแต่ ซาเมียร์ นาสรี่ (แมนฯ ซิตี้ เจอ สเปอร์ส ปี 2011 ทำไว้ 10 ครั้ง)

ลิเวอร์พูล (Liverpool)

  • นี่คือการ พลิกกลับมาคว้าชัยชนะเกมนอกบ้านหลังจากเสียประตูแรกก่อน ในศึกพรีเมียร์ลีก เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2023 (ชนะ คริสตัล พาเลซ 2-1) หยุดสถิติเลวร้ายที่ไม่เคยพลิกชนะเกมนอกบ้านยามโดนนำก่อน 19 นัดติด (เสมอ 7 แพ้ 12) ลงได้สำเร็จ

  • กุนซือ อันโดนี อิราโอลา ปลดล็อกชัยชนะเหนือเบรนท์ฟอร์ดได้เป็นครั้งแรก หลังจาก 6 นัดก่อนหน้านี้สมัยคุมบอร์นมัธไม่เคยชนะได้เลย (เสมอ 2 แพ้ 4)

เบรนท์ฟอร์ด (Brentford)

  • โดนยัดเยียดความพ่ายแพ้นัดแรกในซีซั่นนี้ และกลายเป็นทีมแรกนับตั้งแต่ปี 2013 ที่โดน 2 ใบแดงในนัดเดียว (นับตั้งแต่เกมเจอ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ในลีกวัน)

  • แต่พวกเขายังมีสถิติสุดโหด คือการเป็นทีมที่ ยิงประตูนำก่อนได้ตลอดทั้ง 7 นัดแรกในซีซั่นนี้ (ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่แมนฯ ซิตี้ และ แมนฯ ยูไนเต็ด เคยทำไว้ในปี 2011-12)

สรุป ชัยชนะนัดนี้ของหงส์แดงถือว่าสะใจสุดๆ แม้จะต้องแลกมาด้วยอาการบาดเจ็บของ โดมินิก โซโบสไล และ เจเรมี ฟริมปง (ลงมาเจ็บไปในเวลาแค่ 7 นาที) แต่การกลับมาของ อิซัค และการท็อปฟอร์มของ เวียร์ตซ์ บวกกับหัวจิตหัวใจที่ไม่ยอมแพ้ ทำให้ลิเวอร์พูลคว้า 3 แต้มสำคัญกลับแอนฟิลด์ได้อย่างยิ่งใหญ่

แหล่งข้อมูล Opta Analyst