ศึกบิ๊กแมตช์วิกฤตตุนแต้มที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด กลายเป็นหนังชีวิตอีกแล้ว เมื่อสองทีมฟอร์มออกสตาร์ทสุดฝืดอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด และ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ทำได้แค่เสมอกันไป 1-1 ทั้งที่ “ปีศาจแดง” ได้เปรียบทั้งสกอร์นำ แถมคู่แข่งอย่าง สเปอร์ส ยังมาเหลือผู้เล่นแค่ 10 คน แต่สุดท้ายกลับปิดเกมไม่ได้ โดน โดมินิก โซลันกี้ สะบัดโขกสิงสู่ช่วงทดเจ็บนาทีที่ 90+2 บุกมาฉก 1 แต้มกลับบ้านแบบหน้าตาเฉย
วันนี้จะพามา ชำแหละสถิติเชิงลึกเจาะลึกความพังพินาศของผีแดง และความทรหดของไก่เดือยทอง มาดูกันว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง
ดราม่านาทีบาป สเปอร์สเหลือ 10 คน แต่ผีโดนลงโทษ!
รูปเกมทรงระทึกขวัญตั้งแต่ครึ่งแรก สเปอร์สยุค โรเบอร์โต้ เด แซร์บี้ ปรับทัพถึง 6 ตำแหน่ง บุกบีบสูงจนนายด่านผีแดง เซนเน่ ลัมเมนส์ (Senne Lammens) ถึงกับลนลานจ่ายบอลแจกโชค แต่ดีที่จังหวะสุดท้ายไก่เดือยทองยิงทิ้งยิงขว้างไปหมด
-
นาทีที่ 73 (1-0): ผีแดงได้เฮก่อน! มาเธอุส คุนญ่า จ่ายแทงให้ ไบรอัน เอ็มเบอโม กลับตัวยิงเล่นทางเสียบมุมขวาลงไปอย่างคมกริบ
-
นาทีที่ 79 (ใบแดง!): ดราม่าบังเกิดเมื่อ โรดริโก้ เบนตานกูร์ โดนใบแดงไล่ออกทันที จากจังหวะหัวร้อนไปเอาหัวโขกใส่ ลุค ชอว์ ยูไนเต็ดได้เปรียบตัวผู้เล่นเต็มๆ!
-
นาทีที่ 90+2 (1-1): ตัวมากกว่าแต่เอาไม่อยู่ ซานโดร โตนาลี่ เปิดลูกครอสเข้ามา ลิซานโดร มาร์ติเนซ มัวแต่จะปล้ำ โซลันกี้ ล้มลงไป แต่บอลเจ้ากรรมดันแฉลบ โดมินิก โซลันกี้ พุ่งเปลี่ยนทางเช็ดเสาไกลเข้าประตูไปแบบช็อกคนทั้งสนาม!
ตัวเลขสถิติมหาเทพหลังเกม แมนฯ ยู 1-1 สเปอร์ส
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (Manchester United)
-
สถิติแย่สุดในรอบ 40 ปี! ผีแดงเพิ่งเก็บได้แค่ 6 คะแนน จาก 6 นัดแรก ในพรีเมียร์ลีก ซีซั่นนี้ ซึ่งถือเป็นผลงานเปิดฤดูกาลที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่ซีซั่น 1986-87 (ยุคก่อนป๋าเฟอร์กี้เข้ามาทำทีม ซึ่งได้ 4 แต้ม)!
-
เอ็มเบอโม จอมขยี้ไก่: ไบรอัน เอ็มเบอโม สถาปนาตัวเองเป็นฝันร้ายของสเปอร์สเต็มตัว เขาซัลโวใส่สเปอร์สไปแล้วถึง 7 ประตูจาก 10 นัด ในพรีเมียร์ลีก (ยิงตอนอยู่เบรนท์ฟอร์ด 4 ลูก และกับแมนฯ ยูไนเต็ด อีก 3 ลูก) ซึ่งถือเป็นทีมที่เขายิงใส่ได้มากที่สุดในชีวิตการค้าแข้ง!
ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ (Tottenham Hotspur)
-
สถิติอนาถรอบ 100 ปี: สเปอร์สสะกดคำว่า “ชนะ” ไม่เป็นตลอด 6 นัดแรกของซีซั่น (แข่ง 6 เสมอ 3 แพ้ 3) ซึ่งเพิ่งเกิดขึ้นเป็น ครั้งที่ 4 ในประวัติศาสตร์สโมสร เท่านั้น (ต่อจากปี 2008-09, 1955-56 และ 1912-13)!
-
โซลันกี้ ชอบโอลด์ แทรฟฟอร์ด: โดมินิก โซลันกี้ ยิงใส่แมนฯ ยูไนเต็ด ไปแล้ว 4 ประตูในพรีเมียร์ลีก และที่น่าทึ่งคือ 3 จาก 4 ลูก เกิดขึ้นที่สนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด ทั้งหมด
-
สถิติเกมรุกกดขี่ผีแดง: แม้จะเหลือ 10 คน แต่สเปอร์สของ เด แซร์บี้ สร้างค่า Expected Goals (xG) สูงถึง 1.56 xG ขณะที่แมนฯ ยูไนเต็ด เจ้าบ้านทำได้แค่ 0.77 xG เท่านั้น! แถมสเปอร์สยังสร้าง “โอกาสทอง” (Big Chances) ได้ถึง 4 ครั้ง ส่วนผีแดงทำได้แค่ครั้งเดียว
-
เบนตานกูร์ หลุดหลง: ใบแดงของ เบนตานกูร์ นับเป็นใบแดงครั้งที่ 3 ในชีวิตการเล่น 5 ลีกใหญ่ยุโรป และเป็นใบแดงแรกในรอบกว่า 5 ปีของเขา (เคยโดนไล่ออกสมัยเล่นให้ยูเวนตุส 2 ครั้ง เจออินเตอร์ ปี 2021 และเจออตาลันต้า ปี 2018)
สรุปประเด็นหลังเกม (Post-Match Opta Facts)
-
สถิตินรกของไก่: ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ไม่ชนะใครเลยใน 6 เกมแรกของฤดูกาลลีก ซึ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 4 ในประวัติศาสตร์สโมสร (ต่อจากฤดูกาล 2008-09, 1955-56 และ 1912-13)
-
ของแสลงเอ็มบูโม: ตอนนี้สเปอร์สกลายเป็นทีมที่ ไบรอัน เอ็มบูโม ยิงใส่มากที่สุดในพรีเมียร์ลีก (ซัดไปแล้ว 7 ประตูจากการเจอ 10 นัด โดยแบ่งเป็นตอนอยู่เบรนท์ฟอร์ด 4 ลูก และกับแมนยู 3 ลูก)
-
สถิติห่วยแตกของปีศาจแดง: แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เก็บได้แค่ 6 คะแนนจากการลงสนาม 6 นัดแรกในพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้ ซึ่งเป็นแต้มออกสตาร์ทที่น้อยที่สุดในลีกนับตั้งแต่ฤดูกาล 1986-87 (ตอนนั้นได้ 4 แต้ม)
-
รูปเกมที่เหนือกว่า: เด แซร์บิ น่าเสียดายที่ปิดเกมไม่ลง เพราะสเปอร์สสร้างโอกาสยิงแบบ Expected Goals (xG) สูงถึง 1.56 ต่อ 0.77 ของแมนยู แถมสร้างโอกาสทอง (Big Chances) ได้ถึง 4 ครั้ง ส่วนแมนยูมีแค่ครั้งเดียวเท่านั้น
สรุป : เกมนี้บอกเลยว่า คาร์ริกเก้าอี้ร้อนฉ่าของจริงตัวมากกว่า สกอร์นำในบ้าน แต่กลับปล่อยให้สเปอร์สที่เหลือน้อยกว่ากดค่า xG บดขยี้แถมโดนตีเสมอท้ายเกม สภาพจิตใจและแทกติกผีแดงยามนี้อาการหนักเข้าขั้นวิกฤต ส่วนสเปอร์สแม้จะรอดตายมาได้ แต่งานของ เด แซร์บี้ ในการหาชัยชนะนัดแรกของซีซั่นก็ยังเหนื่อยหนักไม่แพ้กัน
แหล่งข้อมูล Opta Analyst



