อัปเดต ตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2025/26 หลังการแข่งขันนัดที่ 17 วันที่ 23 ธันวาคม 2568
อัปเดตสถานการณ์ล่าสุดของพรีเมียร์ลีก อังกฤษ หลังจบการแข่งขันนัดที่ 17 ประจำวันที่ 23 ธันวาคม 2568 บรรยากาศช่วงคริสต์มาสปีนี้ช่างเร่าร้อนเหลือเกิน เพราะภาพรวมบน ตารางคะแนน บ่งบอกว่าการลุ้นแชมป์ในปีนี้อาจจะต้องตัดสินกันจนถึงวินาทีสุดท้ายของฤดูกาล เรามาเจาะลึกกันว่าแต่ละโซนของลีกมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจอย่างไรบ้าง
ตารางคะแนน โซนหัวตาราง : บัลลังก์แชมป์ยังเอาแน่เอานอนไม่ได้
สถานการณ์การลุ้นแชมป์ในฤดูกาล 2025/26 นี้ดูเหมือนจะเป็นการขับเคี่ยวของ “สามทหารเสือ” ที่ทิ้งห่างทีมอื่นออกไปอย่างเห็นได้ชัด
ทัพ “ไอ้ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ภายใต้การนำของมิเกล อาร์เตต้า ยังคงโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม โดยรั้งอันดับ 1 ของ ตารางคะแนน อย่างสง่าผ่าเผย มี 39 คะแนนจากการลงสนาม 17 นัด สถิติที่น่าสนใจคือพวกเขาเก็บชัยชนะได้ถึง 12 นัด เสมอ 3 และแพ้เพียง 2 นัดเท่านั้น แม้ฟอร์ม 5 นัดหลังสุดจะมีสะดุดแพ้ไป 1 นัด และเสมอในนัดล่าสุด แต่ด้วยผลต่างประตูได้เสียถึง +21 ก็เพียงพอที่จะทำให้พวกเขาครองจ่าฝูงในช่วงเทศกาลนี้ โดยด่านต่อไปพวกเขาต้องเปิดบ้านรับการมาเยือนของไบรท์ตัน
“เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตามมาเป็นอันดับ 2 ใน ตารางคะแนน โดยมี 37 คะแนน แม้จะมีจำนวนชัยชนะเท่ากับอาร์เซนอลที่ 12 นัด แต่การที่พวกเขาแพ้ไปถึง 4 นัดทำให้แต้มตามหลังอยู่ 2 คะแนน อย่างไรก็ตาม ซิตี้ยังคงเป็นทีมที่ยิงประตูได้ดุดันที่สุดในลีกด้วยผลต่างประตูได้เสียถึง +25 และฟอร์ม 5 นัดหลังสุดถือว่ายอดเยี่ยมที่สุดในกลุ่มผู้นำด้วยการชนะรวด เกมถัดไปที่ต้องพบกับน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะกดดันจ่าฝูงต่อ
แอสตัน วิลล่า ยังคงเป็น “ม้ามืด” ที่ตัวใหญ่ที่สุดในฤดูกาลนี้ พวกเขารั้งอันดับ 3 บน ตารางคะแนน อย่างเหนียวแน่น มี 36 คะแนน ตามหลังจ่าฝูงเพียง 3 แต้มเท่านั้น ด้วยสถิติชนะ 11 เสมอ 3 และแพ้ 3 ฟอร์ม 5 นัดหลังสุด แสดงให้เห็นถึงความสม่ำเสมอที่น่ากลัว ทว่าบททดสอบสำคัญกำลังจะมาถึงในนัดถัดไปที่พวกเขาต้องบุกไปเยือนเชลซี ทีมอันดับ 4
ตารางคะแนน โซนกลางตาราง : ช่องว่างแคบ ขยับได้ทุกสัปดาห์
เชลซีรั้งอันดับ 4 มี 29 คะแนน เท่ากับลิเวอร์พูลในอันดับ 5 แต่เชลซีมีผลต่างประตูได้เสียดีกว่า (+12 ต่อ +3) สิ่งที่น่ากังวลสำหรับแฟนหงส์แดงคือฟอร์มล่าสุดที่เริ่มแผ่ว ขณะที่เชลซีเองก็ยังมีฟอร์มที่ลุ่มๆ ดอนๆ
ถัดลงมาใน ตารางคะแนน คือ ซันเดอร์แลนด์ อันดับ 6 มี 27 คะแนน และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อันดับ 7 มี 26 คะแนน ซึ่งยังอยู่ในกลุ่มที่มีโอกาสลุ้นโควตายุโรป หากสามารถรักษาฟอร์มให้ต่อเนื่องมากกว่านี้ เกมในช่วงปลายปีจึงมีความหมายอย่างยิ่งสำหรับทีมกลุ่มนี้
อันดับ 8 ถึง 13 ได้แก่ คริสตัล พาเลซ, ไบรท์ตัน, เอฟเวอร์ตัน, นิวคาสเซิล, เบรนท์ฟอร์ด และฟูแล่ม คะแนนไล่เลี่ยกันตั้งแต่ 26 ถึง 23 แต้ม สถานการณ์ในโซนนี้ของ ตารางคะแนน เรียกได้ว่า สะดุดนัดเดียวหล่นหลายอันดับ ทุกทีมยังต้องเน้นความสม่ำเสมอเป็นหลัก หากหวังขยับขึ้นไปลุ้นโซนบน
ตารางคะแนน โซนท้ายตาราง : วิกฤตโซนท้ายตาราง
อันดับ 14 ถึง 16 คือ ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ , บอร์นมัธ และลีดส์ ยูไนเต็ด แม้จะยังไม่อยู่ในโซนตกชั้นโดยตรง แต่ฟอร์มที่แกว่งทำให้เริ่มมีแรงกดดันสะสม หากไม่เร่งเก็บแต้มในช่วงปีใหม่ อาจถูกดึงลงไปอยู่ในพื้นที่อันตราย
โซนท้าย ตารางคะแนน ประกอบด้วย เวสต์แฮม, เบิร์นลีย์ และ วูล์ฟแฮมป์ตัน
“ขุนค้อน” เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ตกลงไปอยู่ในอันดับที่ 18 ของ ตารางคะแนน โดยมีเพียง 13 คะแนนจากการลงสนาม 17 นัด สถิติชนะได้เพียง 3 นัดและแพ้ถึง 10 นัด ทำให้พวกเขามีคะแนนตามหลังน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ในพื้นที่ปลอดภัยอยู่ 5 คะแนน เช่นเดียวกับเบิร์นลีย์ในอันดับ 19 ที่มี 11 คะแนน ซึ่งทั้งสองทีมต้องรีบปรับจูนทีมขนานใหญในช่วงตลาดซื้อขายมกราคมนี้หากยังหวังจะรอดพ้นจากการตกชั้น
สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้คงหนีไม่พ้น “หมาป่า” วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ที่จมบ๊วยอันดับ 20 ของ ตารางคะแนน โดยมีเพียง 2 คะแนนเท่านั้นจากการเสมอ 2 และแพ้ถึง 15 นัด พวกเขายังไม่สามารถสะกดคำว่าชนะได้เลยแม้แต่นัดเดียว และมีผลต่างประตูได้เสียติดลบถึง -28 ถือเป็นสถิติที่ยากจะยอมรับได้สำหรับทีมที่เคยเล่นในระดับยุโรปเมื่อไม่กี่ปีก่อน
สำหรับ ตารางคะแนน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ หลังจบนัดที่ 17 นี้แสดงให้เห็นถึงความเข้มข้นในทุกพื้นที่ของ ตารางคะแนน ไม่ว่าจะเป็นการลุ้นแชมป์ที่แต้มเบียดกันเพียง 1-2 คะแนน หรือการดิ้นรนหนีตกชั้นที่ทีมบ๊วยแทบจะหมดหวัง วันหยุดยาวนี้คอบอลห้ามพลาดติดตามชมเกมฟุตบอลที่น่าตื่นเต้นเหล่านี้
แหล่งข้อมูล Whoscored และ Opta Anayst

