ลิเวอร์พูล เปิดบ้านพบกับ แมนฯ ซิตี้ ในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้
เกมนัดหยุดโลกเมื่อสุดยอดทีมมาเจอกันในช่วงเวลาที่กำลังลุ้นระทึกอย่างยิ่ง เมื่อทั้งสองฝ่ายต่างต้องการผลการแข่งขันที่ยอดเยี่ยมเพื่อเป้าหมายของตัวเอง ทำให้เกมนี้น่าจะเต็มไปด้วยมนต์ขลังและการชิงไหวชิงพริบกันทุกวินาทีในสนาม เชื่อว่าจะเป็นการปะทะกันที่ตื่นตาตื่นใจและสร้างความสนุกสนานให้กับทุกคนที่รอชมได้อย่างแน่นอน
สถิติการพบกัน
- 09/11/2025 : แมนฯ ซิตี้ 3-0 ลิเวอร์พูล
- 23/02/2025 : แมนฯ ซิตี้ 0-2 ลิเวอร์พูล
- 01/12/2024 : ลิเวอร์พูล 2-0 แมนฯ ซิตี้
- 10/03/2024 : ลิเวอร์พูล 1-1 แมนฯ ซิตี้
- 25/11/2023 : แมนฯ ซิตี้ 1-1 ลิเวอร์พูล
ผลงาน 5 นัดล่าสุดของทั้งสองทีม
ลิเวอร์พูล
- 01/02/2026 : ลิเวอร์พูล 4-1 นิวคาสเซิล
- 29/01/2026 : ลิเวอร์พูล 6-0 คาราบัค
- 25/01/2026 : บอร์นมัธ 3-2 ลิเวอร์พูล
- 22/01/2026 : มาร์กเซย 0-3 ลิเวอร์พูล
- 17/01/2026 : ลิเวอร์พูล 1-1 เบิร์นลีย์
แมนฯ ซิตี้
- 05/02/2026 : แมนฯ ซิตี้ 3-1 นิวคาสเซิล
- 01/02/2026 : สเปอร์ส 2-2 แมนฯ ซิตี้
- 29/01/2026 : แมนฯ ซิตี้ 2-0 กาลาตาซาราย
- 24/01/2026 : แมนฯ ซิตี้ 2-0 วูล์ฟแฮมป์ตัน
- 21/01/2026 : โบโด กลิมท์ 3-1 แมนฯ ซิตี้
ความพร้อมของทั้งสองทีม
ลิเวอร์พูล
ค่อนข้างลงตัวมากพอสมควรเนื่องจากกลุ่มผู้เล่นตัวหลักยังคงรักษามาตรฐานการเล่นที่ยอดเยี่ยมเอาไว้ได้ทำให้ไม่มีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนอะไรมากมายนัก แม้จะมีรายชื่อผู้เล่นบางส่วนที่ยังต้องพักรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บค้างเก่าและหมดสิทธิ์ลงช่วยทีมอย่างแน่นอนแล้วในนัดนี้ ซึ่งทางด้านของ อาร์เน่ สล็อต เองก็น่าจะเลือกยึดแผนการเล่นเดิมและไว้วางใจให้ขุมกำลังชุดที่ทำผลงานได้ดีลงไปสานต่อความสำเร็จในสนามต่อไป โดยเน้นความเข้าใจเกมและความเฉียบคมในการเข้าทำเพื่อมุ่งเป้าไปที่การเก็บสามคะแนนเต็มให้ได้ท่ามกลางความมั่นใจที่กำลังพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ ของทุกคนในทีม
แผนการเล่นคาดว่าจะใช้ระบบ 4-2-3-1
นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม : อลิสซง เบ็คเกอร์ – โดมินิค โซโบสไล, อิบราฮิม่า โกนาเต้, ฟอร์กิล ฟาน ไดย์ค, มิลอส เคอร์เคซ – ไรอัน กราเวนเบิร์ช, อเล็กซิส แม็ก อัลลิสเตอร์ – โมฮาเหม็ด ซาล่าห์, ฟลอเรียน เวียร์ตซ์, โคดี้ กั๊คโป – อูโก้ เอกิติเก้
แมนฯ ซิตี้
ดูดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมา เพราะเริ่มได้กลุ่มผู้เล่นคนสำคัญที่เคยมีอาการบาดเจ็บรบกวนสลัดปัญหากลับมาช่วยทีมได้อีกครั้ง รวมถึงบรรดาตัวหลักที่ได้พักมาอย่างเต็มที่ก็พร้อมกลับมาลงสนามเพื่อยกระดับเกมให้มีความแข็งแกร่งและดุดันยิ่งขึ้น ซึ่งทางด้านของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เองก็น่าจะมีทางเลือกในการจัดทัพที่หลากหลายและยืดหยุ่นกว่าเดิมมาก แม้จะยังมีบางรายที่สภาพร่างกายยังไม่สมบูรณ์เต็มร้อยจนต้องรอเช็กความฟิตจนถึงวินาทีสุดท้ายแต่ภาพรวมของขุมกำลังที่เหลืออยู่ก็ยังดูน่ากลัวและพร้อมที่จะลงไปสู้เพื่อเป้าหมายในการเก็บชัยชนะมาครองให้ได้ท่ามกลางความมุ่งมั่นที่เต็มเปี่ยมของทุกคน
แผนการเล่นคาดว่าจะใช้ระบบ 4-1-4-1
นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม : จานลุยจิ ดอนนารุมม่า – มาเธอุส นูเนส, มาร์ค เกฮี, อับดูโคดีร์ คูซานอฟ, ไรยัน ไอต์-นูรี – โรดริโก้ โรดริเกวซ – ไรยัน แชร์กี, ทิจจานี ไรน์เดอร์ส, นิโก้ โอไรลี่, อ็องตวน เซเมนโย่ – เออร์ลิง ฮาแลนด์
โอกาสและแนวโน้มของเกม
นัดนี้ถือเป็นบทพิสูจน์ครั้งสำคัญของทั้งสองทีมที่ต่างต้องการแต้มเพื่อรักษาพื้นที่บนตารางคะแนนเอาไว้ให้ได้ โดยฝั่งเจ้าบ้านมักจะทำผลงานได้น่าเกรงขามเสมอเมื่อได้ลงเล่นต่อหน้าเสียงเชียร์ของแฟนบอลตัวเอง ซึ่งสถิติที่ผ่านมาก็ฟ้องชัดว่าที่นี่ไม่ใช่ที่ที่ใครจะมาเก็บชัยชนะออกไปได้ง่าย ๆ ขณะที่ทางฝั่งทีมเยือนแม้ช่วงหลังจะเริ่มมีอาการแผ่วให้เห็นบ้างประกอบกับผลงานนอกรังที่ยังดูขาดความสม่ำเสมอไปนิด แต่ด้วยศักยภาพและมาตรฐานที่ยังมีดีพอตัวจึงน่าจะบุกมาสู้ได้อย่างสูสี เมื่อพิจารณาจากความมุ่งมั่นและชั้นเชิงที่ทันกันแล้วเชื่อว่าโอกาสที่จะจบลงด้วยการแบ่งแต้มกันไปมีสูงมากในท้ายที่สุด
ทายผลบอล : ลิเวอร์พูล เสมอ แมนฯ ซิตี้ 2-2
ขอบคุณข้อมูลจาก : Sofascore , Transfermarkt และ whoscored


