สรุปสถานการณ์ตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2025/26 หลังจบนัดที่ 26 อัปเดตล่าสุด วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569
กลับมาพบกับการเจาะลึกวิเคราะห์สถานการณ์ลูกหนังพรีเมียร์ลีก อังกฤษ กันอีกครั้ง สำหรับสัปดาห์นี้ ข้อมูลอัปเดตล่าสุด ณ วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 หลังจากผ่านพ้นการฟาดแข้งนัดที่ 26 ไปเป็นที่เรียบร้อย
ต้องบอกว่า ตารางคะแนน ในฤดูกาลนี้มีเรื่องให้เราต้องอ้าปากค้างกันหลายจุดทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นความคงเส้นคงวาของจ่าฝูง การคัมแบ็กของทีมยักษ์ใหญ่หลับ และที่น่าตกใจที่สุดคืออันดับของทีมดังในลอนดอนเหนือบางทีมที่ร่วงลงไปอยู่โซนท้ายตารางอย่างไม่น่าเชื่อ
ตารางคะแนน โซนหัวตาราง : เบียดกันทุกสัปดาห์
อาร์เซนอล ลงเล่น 26 นัด เก็บได้ 57 คะแนน ยิง 50 เสีย 18 ผลต่าง +32 ตัวเลขนี้สะท้อนความสมดุลทั้งเกมรุกและเกมรับ พวกเขาชนะถึง 17 นัด เสมอ 6 และแพ้เพียง 3 เกมเท่านั้น จุดแข็งของอาร์เซนอลคือการคุมจังหวะเกมและความแน่นอนในแดนหลัง เสียประตูน้อยกว่าคู่แข่งโดยตรงอย่างแมนฯ ซิตี้ และมีผลต่างประตูได้เสียสูงสุดในลีก ณ เวลานี้ หากรักษามาตรฐานนี้ไว้ได้ การครองจ่าฝูงใน ตารางคะแนน อาจยาวไปจนถึงโค้งสุดท้าย
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตามมาในอันดับสอง มี 53 คะแนน ยิงมากถึง 54 ประตู มากที่สุดในลีกตอนนี้ จุดเด่นยังคงเป็นเกมรุกที่เฉียบคมและการเข้าทำหลากหลายรูปแบบ อย่างไรก็ตาม การเสีย 24 ประตูถือว่าสูงกว่าอาร์เซนอลพอสมควร หากเกมรับไม่ยกระดับ ความผิดพลาดเล็ก ๆ อาจทำให้การไล่ล่าบนหัวตารางสะดุดได้ทุกเมื่อ
แอสตัน วิลล่า อันดับสามกับ 50 คะแนน คือผลงานที่เกินความคาดหมายในช่วงต้นฤดูกาล วิลล่ามีเกมรุกที่ไหลลื่นและแพ้เพียง 6 นัดเท่านั้น พวกเขายิง 37 เสีย 27 ผลต่าง +10 แม้ตัวเลขไม่หวือหวาเท่าสองทีมบน แต่ความสม่ำเสมอคืออาวุธลับ หากทีมใหญ่สะดุด วิลล่าพร้อมเสียบแทนทันที
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เชลซี อันดับ 4 และ 5 มีแต้ม 45 และ 44 ตามลำดับ ยูไนเต็ดชนะ 12 นัด เสมอ 9 เกม แสดงให้เห็นว่าพวกเขาแพ้ยากส่วนเชลซีมีเกมรุกที่ดี ยิง 47 ประตู แต่ปัญหาคือความแกว่งในบางช่วง
พื้นที่ท็อปโฟร์ยังเปิดกว้าง เพราะช่องว่างคะแนนไม่เกิน 5 แต้ม การสะดุดเพียง 1-2 นัดอาจทำให้ลำดับใน ตารางคะแนน เปลี่ยนทันที
ตารางคะแนน โซนกลางตาราง : ม้ามืดเริ่มแผลงฤทธิ์
ลิเวอร์พูล หล่นมาอยู่อันดับที่ 6 แม้จะมีชื่อชั้นเป็นทีมลุ้นแชมป์ แต่ฟอร์มการเล่นในนัดที่ 26 นี้ ยิง 41 เสีย 35 ผลต่างเพียง +6 สะท้อนว่าพวกเขายังมีปัญหาเกมรับ ทำให้พวกเขาต้องเหนื่อยหนักหากหวังจะกลับไปติดพื้นที่ยุโรปถ้วยใหญ่
เบรนด์ฟอร์ด ทีมอันดับ 7 มี 40 คะแนน ยังคงเป็นขวากหนามสำคัญของทีมยักษ์ใหญ่ พวกเขาเป็นทีมที่สร้างเซอร์ไพรส์ได้เสมอ หากรักษาความคงเส้นคงวาใน 5-6 นัดถัดไปได้ก็จะยังมีลุ้นพื้นที่ยุโรปได้ไม่ยาก
เอฟเวอร์ตัน, บอร์นมัธ และนิวคาสเซิล มีแต้มอยู่ในช่วง 36-37 คะแนน กลุ่มนี้อาจดูปลอดภัยจากการตกชั้น แต่ก็ยังห่างโซนยุโรปพอสมควร
นิวคาสเซิลมีผลต่างประตูได้เสียเป็นศูนย์ (37:37) สะท้อนภาพทีมที่เกมรุกกับเกมรับยังไม่สมดุล ขณะที่บอร์นมัธติดลบเล็กน้อย การเก็บแต้มในเกมที่ควรชนะคือกุญแจสำคัญ
ตารางคะแนน โซนท้ายตาราง : ทุกแต้มคือชีวิต
ใครจะเชื่อว่าทีมอย่าง สเปอร์ส จะร่วงลงมาอยู่ที่ อันดับ 16 มีเพียง 29 คะแนนจากการแข่ง 26 นัด พวกเขาแพ้ไปถึง 11 เกม และมีแต้มเหนือโซนตกชั้นเพียงไม่กี่คะแนน นี่คือวิกฤตศรัทธาที่แฟนบอลลอนดอนเหนือฝั่งสีขาวกำลังเผชิญอย่างหนัก
น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ อันดับ 17 มี 27 คะแนน และ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด อันดับ 18 มี 24 คะแนน ตามลำดับ ช่องว่างกับโซนปลอดภัยไม่มาก แต่ฟอร์ม 5 นัดหลังยังไม่สม่ำเสมอ เวสต์แฮมเสียถึง 49 ประตู ผลต่าง -17 คือสัญญาณอันตราย หากเกมรับไม่แน่นขึ้น อันดับใน ตารางคะแนน อาจร่วงลึกกว่าเดิม
เบิร์นลีย์ และวูล์ฟแฮมป์ตัน สองทีมท้ายตารางมี 18 และ 9 คะแนนตามลำดับ โดยเฉพาะวูล์ฟส์ที่ยิงได้เพียง 16 แต่เสียถึง 48 ประตู ผลต่าง -32 คือหนักสุดในลีก สถานการณ์ของสองทีมนี้เริ่มกดดันอย่างหนัก ทุกเกมที่เหลือเปรียบเสมือนนัดชิงชนะเลิศ หากยังไม่เร่งเครื่อง โอกาสรอดตกชั้นจะยิ่งเลือนลาง
พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ไม่มีพื้นที่สำหรับความประมาท กลุ่มลุ้นแชมป์มีเพียง 4 คะแนนคั่นระหว่างอันดับหนึ่งกับสาม พื้นที่ยุโรปห่างกันไม่กี่แต้ม และโซนตกชั้นก็ยังมีทีมที่สามารถพลิกสถานการณ์ได้
ภาพรวมของ ตารางคะแนน หลังผ่าน 26 นัดบอกเราว่า นี่คือฤดูกาลที่การแข่งขันสูสีในทุกมิติ ทั้งเกมรุกที่ดุดัน เกมรับที่ต้องแม่นยำ และความนิ่งทางจิตใจในช่วงโค้งสุดท้าย จากนี้ไป ทุกแมตช์จะยิ่งทวีความเข้มข้น เพราะเส้นแบ่งระหว่างแชมป์ยุโรปกับหนีตกชั้นบางครั้งอาจห่างกันแค่ประตูเดียวเท่านั้น
แหล่งข้อมูล Whoscored และ Opta Anayst

