Netherlands World Cup 2026

ทำความรู้จักทีมชาติเนเธอร์แลนด์ สู้ศึกฟุตบอลโลก กับภารกิจล่าแชมป์แรก

ล้วงลึกทุกแง่มุมของทัพ “อัศวินสีส้ม” ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ เตรียมลัดฟ้าล่าแชมป์แรกในประวัติศาสตร์ชาติในศึก ฟุตบอลโลก 2026

บินลัดฟ้าข้ามทวีปไปแดนลุงแซมหนนี้ “อัศวินสีส้ม” พกความแค้นมาเต็มอก เป้าหมายเดียวที่ฝังอยู่ในใจมาอย่างยาวนาน นั่นคือการคว้าถ้วยแชมป์โลกใบแรกในประวัติศาสตร์ชาติมาครองให้ได้ หลังจากที่อดีตเคยอกหักรักคุดในนัดชิงและเฉียดไปเฉียดมาจนโดนล้อว่าเป็น ราชาไร้บัลลังก์ มาหลายทศวรรษ

รอบนี้ โรนัลด์ คูมัน ปรุงทีมชุดนี้ออกมาได้กลมกล่อมสุดๆ มีทั้งความสดของบรรดาดาวรุ่งพุ่งแรงและกระดูกบอลสุดเก๋าของพวกรุ่นพี่ โดยสถิติ 4 ทัวร์นาเมนต์หลังสุดในบอลโลก พวกเขาฝ่าด่านเข้าไปถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายได้ถึง 3 ครั้ง ครั้งนี้เป้าหมายเดียวคือต้องยกระดับทีมขึ้นไปสู่จุดสูงสุดให้ได้

เส้นทางสู่บอลโลก

ในรอบคัดเลือกโซนยุโรป บอกเลยว่าทัพอัศวินสีส้มโชว์ทรงบอลข่มมิดด้าม เดินหน้าโกยแต้มคว้าแชมป์กลุ่ม G มานอนกอดแบบไร้รอยขีดข่วน

ลงสนาม 8 นัด ชนะไปถึง 6 เสมอ 2 ไม่แพ้ใครเลย เสียไปแค่ 4 ลูกเท่านั้น ส่วนเกมรุกดุจัดรัวตาข่ายคู่แข่งรวมไปถึง 27 ประตู และเสียไปแค่ 4 ลูกเท่านั้น โดยมีมหาเทพแดนหน้าอย่าง เมมฟิส เดปาย สวมวิญญาณเพชฌฆาตตะบันคนเดียวไปถึง 8 ตุงในรอบนี้

แม้จะสะดุดเสมอกับโปแลนด์ทั้งเหย้าและเยือน แต่ที่เหลือนี่คือล้างบางของจริง ทั้งตบ มอลตา ยับเยิน (8-0 และ 4-0) ถล่ม ฟินแลนด์ 4-0 และอัด ลิทัวเนีย ไปอีก 4-0 ตีตั๋วมาลุยบอลโลกหนที่ 12 ในประวัติศาสตร์แบบหล่อเท่สะเทือนทั้งยุโรป

โปรแกรมเดือดรอบแบ่งกลุ่ม

  • นัดที่ 1 | 15 มิถุนายน | เนเธอร์แลนด์ VS ญี่ปุ่น (เตะที่ อาร์ลิงตัน, เท็กซัส)
  • นัดที่ 2 | 21 มิถุนายน | เนเธอร์แลนด์ VS สวีเดน
  • นัดที่ 3 | 26 มิถุนายน | เนเธอร์แลนด์ VS ตูนิเซีย (เตะที่ แคนซัส ซิตี้)

4 มหาเทพตัวความหวัง

บอกเลยว่าขุมกำลังชุดนี้ของคูมันโคตรปึ้ก ตั้งแต่แดนหลังยันแดนหน้า ประสบการณ์ล้นเหลือบวกกับความสด บดกับทีมไหนในกลุ่ม F ก็ข่มมิดด้ามจับตาดู 4 คนนี้ไว้ให้ดี

เมมฟิส เดอปาย

สถิติที่น่าสนใจ : กดไปแล้ว 55 ประตู จากการลงสนาม 108 นัดในนามทีมชาติ

ล็อกตำแหน่งหน้าเป้าเบอร์หนึ่งเตรียมลากเลื้อยพังประตูในบอลโลกหนนี้แน่นอน พี่ใหญ่ผ่านการพิสูจน์ตัวเองกับสโมสรยักษ์ใหญ่ทั่วยุโรปมาหมดแล้ว เรื่องความเป็นผู้นำ ประสบการณ์ และสัญชาตญาณกองหน้านี่บอกเลยว่าของแท้แน่นอน เดอปายมักจะท็อปฟอร์มเสมอเวลาเล่นทัวร์นาเมนต์ใหญ่ ยิ่งมาเจอกระดูกชิ้นไม่โตมากในกลุ่ม F บอกเลยว่างานนี้มีลุ้นเดินหน้าถล่มตาข่ายตุนกระสุน พกความมั่นใจไปลุยรอบน็อคเอาท์ยาว ๆ ลุ้นดาวซัลโวได้เลย

แฟรงกี้ เดอ ยอง

สถิติที่น่าสนใจ : ในรอบคัดเลือกสร้างโอกาสให้เพื่อนถึง 18 ครั้ง เฉลี่ย 3.1 ครั้งต่อ 90 นาที

นี่คือจังหวะหัวใจในการสร้างสรรค์เกมรุกของทัพอัศวินสีส้มอย่างแท้จริง ห้องเครื่องตัวกลั่นจากบาร์เซโลน่าคนนี้มีทั้งเทคนิคระดับอัจฉริยะ วิสัยทัศน์การจ่ายบอลที่เหนือชั้น และความเข้าใจเกมขั้นสุด คือคนคุมจังหวะจะโคน สั่งให้ทีมบุกหรือดึงช้า ฟอร์มในยูโร 2024 ที่ผ่านมาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเจ้าตัวพร้อมแบกแดนกลางในเวทีโลกขนาดไหน ยิ่งรอบแบ่งกลุ่มนี้ เดอ ยอง จะมีพื้นที่ให้โชว์ของปั้นเกมสวยๆ ให้เพื่อนเพียบแน่นอน

เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค

สถิติที่น่าสนใจ : เฉลี่ยเข้าปะทะ 2.8 ครั้ง และตัดบอลได้ถึง 5.2 ครั้งต่อ 90 นาทีในรอบคัดเลือก

กัปตันทีมหงส์แดงคนนี้คือ เสาหลักที่ขาดไม่ได้ในแนวรับ ประสบการณ์การยืนตำแหน่งและความเก๋าเกมช่วยให้แผงหลังส้มส้มปึ้กจัดๆ ฟาน ไดจ์ค ไม่ได้แค่คุมเกมรับ แต่ยังเป็นคนคอยเชื่อมเกมจากแดนหลัง ยิ่งเข้าสู่รอบลึก ๆ ไปเจอกองหน้าพระกาฬชาติอื่น บารมีของฟาน ไดจ์ค นี่แหละที่จะเป็นตัวตัดสิน

ชาวี ซิมอนส์

ทีมชาติเนเธอร์แลนด์มีเพชรเม็ดงามที่พร้อมเปล่งประกายในทัวร์นาเมนต์นี้ นั่นคือเจ้าหนู ชาวี ซิมอนส์ ที่เคยระเบิดฟอร์มโหดกับพีเอสวีและทีมชาติมาแล้ว ตัวรุกสายเลือดใหม่คนนี้พกทั้งเทคนิค ความสด ความมั่นใจ และไอเดียสร้างสรรค์เกมที่คาดเดายากมาก บอลโลก 2026 หนนี้แกจะอายุ 21 ปีพอดี ซึ่งเป็นวัยที่กำลังห้าวจัดๆ รอบแบ่งกลุ่มนี้แหละจะเป็นเวทีให้ได้โชว์สเต็ปเทพ สถาปนาตัวเองขึ้นเป็นคีย์แมนคนสำคัญในรอบน็อคเอาท์ชัวร์ๆ

หน่วยสังหารลูกนิ่ง

  • จุดโทษ : เมมฟิส เดปาย
  • ฟรีคิก : แฟรงกี้ เดอ ยอง, โคดี้ กัคโป
  • ลูกเตะมุม : เดนเซล ดุมฟรีส์

สถิติทรงบอลจากรอบคัดเลือก

  • โอกาสส่องยิง 17.4 ครั้งต่อเกม
  • ยิงตรงกรอบเน้น ๆ 6.5 ครั้งต่อเกม
  • โดนคู่แข่งส่องยิง 7 ครั้งต่อเกม
  • ได้ลูกเตะมุม: 6.5 ครั้งต่อเกม

ผ่าแผนการรบทัพอัศวินสีส้ม

เนเธอร์แลนด์ชุดนี้ภายใต้การนำทัพของโรนัลด์ คูมัน บอกเลยว่าทรงบอลโหดดุดันอันตรายสุดๆ ยืนพื้นด้วยระบบยอดฮิต 4-2-3-1 วางหมากให้ เมมฟิส เดปาย ยืนปักหลักเป็นหน้าเป้าคอยล่าตาข่าย

แต่ที่น่ากลัวคือแผงรุกและแดนกลางสนับสนุนนี่สิ อัดแน่นไปด้วยกลิ่นอายความเก๋าจากพรีเมียร์ลีกและบิ๊กทีมยุโรปเดินเบียดกันไหล่ทรุด ทั้ง โคดี้ กัคโป, ไทจานี่ ไรน์เดอร์ส, จัสติน ไคลเวิร์ต และไอ้หนูพรสวรรค์สูงอย่าง ชาวี ซิมอนส์ เรียกได้ว่าแผงรุกชุดนี้จี๊ดจ๊าดจัดจ้าง จ่ายบอลกันทีช่องแตกแน่นอน

คาดการณ์ 11 ตัวจริงลุยบอลโลก

  • ผู้รักษาประตู (GK) : บาร์ท แฟร์บรูคเค่น
  • เซนเตอร์แบ็ก (CB) : เฟอร์จิล ฟาน ไดจ์ค, ยูร์เรียน ทิมเบอร์
  • วิงแบ็กซ้าย-ขวา (WB) : มิกกี้ ฟาน เดอ เฟน, เดนเซล ดุมฟรีส์
  • มิดฟิลด์คู่กลาง (CM) : แฟรงกี้ เดอ ยอง, ไรอัน กราเฟนแบร์ค
  • ตัวรุกทำเกม (AM) : โคดี้ กัคโป, จัสติน ไคลเวิร์ต, ชาบี ซิมมอนส์
  • หน้าเป้า (ST) : เมมฟิส เดอปาย

ล้วงลึก โรนัลด์ คูมัน กุนซือระดับพระกาฬ

โรนัลด์ คูมัน วัย 63 ปี เข้ามารับไม้ต่อจาก หลุยส์ ฟาน กัล ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2023 แฟนบอลต่างรู้กันดีว่าโปรไฟล์ของคูมันนั้นไม่ธรรมดา สถิติคุมทีมชาติหนนี้เก็บชัยชนะไปได้ถึง 18 นัด และปราชัยไปแค่ 4 หนเท่านั้น

ถึงแม้สถิติจะหรู แฟนบอลบางส่วนยังแอบค้างคาใจที่พาทีมจอดป้ายแค่รอบรองชนะเลิศในศึกยูโร 2024 ซึ่งถือว่าน่าเสียดายมากๆ สำหรับทีมที่มีเป้าหมายใหญ่ระดับแชมป์โลก แต่ถึงอย่างนั้น คูมัน ก็ยังเป็นกุนซือที่ได้รับการยอมรับและนับถือจากคนในวงการอย่างแท้จริง

คูมันมีชั่วโมงบินในระดับชาติสูงลิ่ว เพราะเคยคุมฮอลแลนด์หนแรกช่วงปี 2018-2020 พาทีมตั๋วเข้ารอบยูโร 2020 ยันเข้าชิงเนชันส์ลีกมาแล้ว แถมผ่านงานสโมสรยักษ์ใหญ่มาโชกโชน ทั้งพาบาร์เซโลน่าสอยถ้วยแชมป์ รวมถึงคุมเอฟเวอร์ตันและเซาแธมป์ตันในพรีเมียร์ลีก

เรียกได้ว่าประสบการณ์ล้นเหลือ แท็กติกแน่นปึ้ก ระดับอาจารย์ปู่ คูมัน มีอาวุธครบมือที่จะพาทัพอัศวินสีส้มเดินหน้าล่าความสำเร็จและลบฝันร้ายจากทัวร์นาเมนต์ก่อนได้อย่างแน่นอน บอลระบบแน่นขุมกำลังปึ้กขนาดนี้ น่าตามเชียร์ให้ไปถึงฝั่งฝันจริงๆบวกกับศาสตร์การบริหารจัดการลูกทีม