เปิดทำเนียบ 10 แข้งลายครามที่อายุมากสุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก
สำหรับยอดแข้งบางคน อายุเป็นเพียงตัวเลขจริงๆ เพราะในขณะที่คนอื่นในวัยเดียวกันนั่งจิบกาแฟอยู่บ้าน แต่พวกเขายังคงโลดแล่นโชว์สเต็ปเทพบนเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกฟุตบอลในช่วงบั้นปลายอาชีพค้าแข้ง โดยบอลโลก 2026 หนนี้ มีแข้งรุ่นใหญ่พาเหรดทุบสถิติเข้ามาติดตารางท็อป 10 ถึง 4 คนรวด ทั้งพี่โด้, โมดริช, เชโก้ และนอยเออร์ วันนี้เราจะพาไปตั้งวงส่องทำเนียบเหล่านักเตะที่อายุมากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกกัน
ท็อป 10 แข้งอายุมากสุดในประวัติศาสตร์บอลโลก
- เอสซาม เอล ฮาดารี่ (อียิปต์) – 45 ปี 161 วัน (ปี 2018)
- ฟารีด มอนดรากอน (โคลอมเบีย) – 43 ปี 3 วัน (ปี 2014)
- โรเจอร์ มิลล่า (แคเมอรูน) – 42 ปี 39 วัน (ปี 1994)
- คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (โปรตุเกส) – 41 ปี 138 วัน (ปี 2026 🆕)
- แพต เจนนิงส์ (ไอร์แลนด์เหนือ) – 41 ปี 0 วัน (ปี 1986)
- ปีเตอร์ ชิลตัน (อังกฤษ) – 40 ปี 292 วัน (ปี 1990)
- ลูก้า โมดริช (โครเอเชีย) – 40 ปี 287 วัน (ปี 2026 🆕)
- ดิโน่ ซอฟฟ์ (อิตาลี) – 40 ปี 133 วัน (ปี 1982)
- เอดิน เชโก้ (บอสเนียฯ) – 40 ปี 93 วัน (ปี 2026 🆕)
- มานูเอล นอยเออร์ (เยอรมนี) – 40 ปี 85 วัน (ปี 2026 🆕)
1. เอสซาม เอล ฮาดารี่ (45 ปี 161 วัน)
อียิปต์ vs ซาอุดีอาระเบีย – 25 มิถุนายน 2018
หลังจากที่อียิปต์พ่ายรวดในสองนัดแรกของศึกฟุตบอลโลก 2018 ซึ่งถือเป็นการคัมแบ็กสู่รอบสุดท้ายแบบกร่อยๆ ในรอบ 28 ปี พวกเขาก็แทบไม่มีอะไรให้ต้องลุ้นในเกมนัดส่งท้ายกับซาอุดีอาระเบีย จนกระทั่งมีการส่งรายชื่อ 11 ตัวจริงออกมา นายทวารจอมเก๋า เอสซาม เอล ฮาดารี่ ผู้เป็นเสาหลักพาทีมคว้าแชมป์แอฟริกาคัพออฟเนชั่นส์ 3 สมัยซ้อนตั้งแต่ปี 2008-2012 ได้ลงไปเฝ้าเสา สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่กลายเป็นนักเตะที่อายุมากที่สุดที่ลงเล่นในฟุตบอลโลกทันที แถมเฮียแกยังพ่วงสถิติเป็นนักเตะอายุมากที่สุดที่เพิ่งเดบิวต์ในรายการนี้ด้วยครับ
และบอกเลยว่าวันนั้นไม่ได้ลงไปยืนเฝ้าเสาเล่นๆ เจ้าตัวถูกทดสอบและโชว์ซูเปอร์เซฟจุดโทษได้ตั้งแต่ครึ่งแรก (สร้างสถิติเป็นนายด่านแอฟริกันคนแรกที่เซฟจุดโทษในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย) ก่อนจะมาเสียท่าโดนจุดโทษลูกที่สองทะลวงตาข่ายในช่วงก่อนหมดครึ่งแรก สุดท้ายอียิปต์พ่ายไป 2-1 ที่เมืองโวลโกกราด
สถิติส่วนตัวก็ระดับมหาเทพ ติดทีมชาติชุดใหญ่ครั้งแรกในปี 1996 ซึ่งเป็นเวลา 10 เดือนก่อนที่นักเตะที่อายุน้อยที่สุดในทัพอียิปต์ชุดลุยบอลโลก 2018 จะลืมตาดูโลกซะอีก เอล ฮาดารี่ รับใช้ชาติไปเน้นๆ 159 นัด กวาดแชมป์ทวีป (AFCON) ไป 4 สมัย และกวาดรางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์ไปถึง 3 หน
2. ฟาริด มอนดราก้อน (43 ปี 3 วัน)
โคลอมเบีย vs ญี่ปุ่น – 24 มิถุนายน 2014
เมื่อโคลอมเบียการันตีการผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์ไปแล้วในเกมนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มที่เจอกับญี่ปุ่น กุนซือ โฮเซ่ เปเกอร์มัน เลยจัดให้ มอนดราก้อน ได้ลงไปสัมผัสยอดหญ้าทิ้งทวนความเก๋า ในช่วง 5 นาทีสุดท้าย มือกาวรายนี้ถูกส่งลงสนามและทำลายสถิติเป็นนักเตะอายุมากที่สุดที่ได้ลงเล่นในฟุตบอลโลก แน่นอนว่าสถิตินี้ถูก เอล ฮาดารี่ ทุบทำลายไปในอีก 4 ปีต่อมา
แต่ถึงอย่างนั้น มือกาวชาวโคลอมเบียรายนี้ก็ยังคงครองสถิติสุดโหดไว้อยู่หนึ่งอย่าง ด้วยความที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของทีมชุดลุยบอลโลก 1998 ที่ฝรั่งเศส ทำให้ระยะห่าง 15 ปี 363 วัน ระหว่างการลงเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายทั้งสองรอบของมอนดราก้อน ยังคงเป็นสถิติช่องว่างเวลาที่ยาวนานที่สุดที่นักเตะคนหนึ่งต้องรอคอยระหว่างการลงสนามสองนัดในบอลโลก
สำหรับมอนดราก้อน นี่คือการสั่งลาสังเวียนอย่างเป็นทางการ หลังโคลอมเบียตกรอบ 8 ทีมสุดท้ายด้วยน้ำมือของบราซิล เจ้าตัวก็ประกาศแขวนถุงมืออำลาวงการฟุตบอล ปิดฉากตำนานที่เริ่มต้นรับใช้ชาติครั้งแรกในเกมพบเวเนซุเอลาเมื่อปี 1993 ลงอย่างสวยงาม
3. โรเจอร์ มิลล่า (42 ปี 39 วัน)
แคเมอรูน vs รัสเซีย – 12 มิถุนายน 1994
นัดนี้ยิงปืนนัดเดียวได้สถิติถึงสองเด้ง โรเจอร์ มิลล่า ไม่เพียงแค่เป็นนักเตะอายุมากที่สุดในประวัติศาสตร์บอลโลก ณ เวลานั้น แต่ยังทำประตูปลอบใจในเกมที่ทีมพ่ายรัสเซียยับเยิน 6-1 ส่งผลให้ มิลล่า กลายเป็นผู้ทำประตูที่อายุมากที่สุดในการแข่งขันรายการนี้ ซึ่งเป็นสถิติที่ยังคงครอบครองมาจนถึงปัจจุบัน และนี่คือประตูสั่งลาทีมชาติอันยาวนาน หลังจากที่เคยเหมือนจะแขวนสตั๊ดจบอาชีพไปแล้วเมื่อ 6 ปีก่อนตอนอายุ 36
ตำนานบทนี้ต้องขอบคุณประธานาธิบดีแคเมอรูนที่ออกโรงขอร้องให้มิลล่ากลับมาช่วยทัพ “หมอผี” ลุยบอลโลก 1990 ที่อิตาลี ซึ่งนั่นก็ดึงดูดสายตาคนทั้งโลกด้วยทักษะการถล่มประตูและท่าดีใจเต้นตรงมุมธงสุดคลาสสิก พาทีมกลายเป็นชาติจากแอฟริกาทีมแรกที่ทะลุเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศได้สำเร็จ
มิลล่า ปิดฉากอาชีพการรับใช้ชาติไป 77 นัดนับตั้งแต่เดบิวต์ในปี 1973 โดยกดไป 43 ประตู การลงเดบิวต์ในบอลโลกเกิดขึ้นในปี 1982 ซึ่งได้ลงตัวจริงครบ 3 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม และหลังจากจบฟุตบอลโลก 1994 ยังไปโชว์เก๋าเล่นต่อในอินโดนีเซียอีก 2 ฤดูกาลก่อนจะประกาศแขวนสตั๊ดถาวร
4. คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (41 ปี 138 วัน)
โปรตุเกส vs อุซเบกิสถาน – 23 มิถุนายน 2026
เมื่อ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในเกมนัดเปิดสนามของโปรตุเกสในศึกฟุตบอลโลก 2026 ก็ผงาดขึ้นรั้งเบอร์ 4 แข้งที่อายุมากที่สุดในประวัติศาสตร์เวิลด์คัพทันที แต่เท่านั้นยังไม่พอ การลงสนามของ CR7 ในการดวลกับ ดีอาร์ คองโก ยังไปทำลายหรือเกือบทำลายอีกหลายสถิติเลยทีเดียว
ตอนนี้โรนัลโด้กลายเป็นผู้เล่นเอาท์ฟิลด์ ที่อายุมากที่สุดที่ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก และถ้านับรวมผู้รักษาประตูด้วย ก็เป็นรองแค่ เอล ฮาดารี่ เพียงคนเดียว
ในบรรดานักเตะจากยุโรป CR7 คือนักเตะอายุมากที่สุดที่ได้ลงเล่นในทัวร์นาเมนต์ระดับเมเจอร์ (บอลโลก/ยูโร) โดยทำลายสถิติของ เปเป้ อดีตเพื่อนร่วมทีมที่ทำไว้ในยูโร 2024 (41 ปี 130 วัน นัดเจอฝรั่งเศส) ลงราบคาบ
นอกจากนี้ โรนัลโด้ยังเป็นนักเตะเพียงคนที่ 2 ที่ได้ลงสัมผัสเกมฟุตบอลโลกถึง 6 สมัย ตีคู่มากับ ลิโอเนล เมสซี่ ที่ลงเล่นในปี 2006, 2010, 2014, 2018, 2022 และ 2026 เช่นกัน ในขณะเดียวกัน ก็สร้างประวัติศาสตร์เป็นคนแรกที่ทำประตูในฟุตบอลโลกได้ถึง 6 สมัย หลังจากตะบันสองตุงใส่อุซเบกิสถาน
แม้ในทัวร์นาเมนต์นี้จะขยับอันดับแซงหน้าใครไม่ได้แล้ว แต่ด้วยแพสชั่นระดับโรนัลโด้ อาจจะแอบเล็งสถิติของ เอล ฮาดารี่ ไว้ในใจก็เป็นได้ อย่างไรก็ตาม ในวันเปิดสนามฟุตบอลโลก 2030 ตามกำหนดการ โรนัลโด้จะยังคงอายุน้อยกว่าสถิติของนายด่านอียิปต์ นั่นหมายความว่าแกต้องพาทีมเข้ารอบลึกๆ ให้ได้เพื่อทำลายสถิตินี้ โดยในวันชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2030 ตามตาราง แกจะมีอายุ 45 ปี 166 วัน ซึ่งจะแก่กว่า เอล ฮาดารี่ เพียง 5 วันเท่านั้น
5. แพท เจนนิงส์ (41 ปี 0 วัน)
ไอร์แลนด์เหนือ vs บราซิล – 12 มิถุนายน 1986
จะมีวิธีฉลองวันเกิดครบรอบ 41 ปีแบบไหนสุดไปกว่าการได้ลงเฝ้าเสาในศึกฟุตบอลโลกเป็นครั้งสุดท้าย และสร้างสถิติเป็นนักเตะอายุมากที่สุดที่ได้ลงสนาม ณ เวลานั้นด้วย แต่ปัญหาเดียวสำหรับ แพท เจนนิงส์ คือ ต้องมาเจอกับทัพ บราซิล ที่กำลังอารมณ์ดีจัดๆ เลยโดนทะลวงตาข่ายไปถึง 3 เม็ดเป็นการฉลองวันเกิดที่เม็กซิโก
เรื่องที่พีคเอามากๆ คือ เจนนิงส์ ประกาศแขวนถุงมือจากฟุตบอลลีกไปแล้วตั้งแต่จบฤดูกาล 1984-85 หลังจากเสียตำแหน่งมือหนึ่งของ อาร์เซน่อล ให้กับ จอห์น ลูคิช แต่ยังคงไปขอลงเล่นให้ทีมสำรองของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ อดีตต้นสังกัด เพื่อรักษาสภาพความฟิตและความเฉียบคมไว้ลุยบอลโลกโดยเฉพาะ
ตลอดเส้นทางอาชีพสุดยิ่งใหญ่ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในผู้รักษาประตูที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล เจนนิงส์ ลงเฝ้าเสาในเกมระดับท็อปไปกว่า 1,000 นัด รวมถึงการลงเล่นให้ทีมชาติไอร์แลนด์เหนือ 119 นัด (มากที่สุดเป็นอันดับสองของประเทศ รองจาก สตีเว่น เดวิส) และช็อตที่แฟนบอลจำไม่ลืมคือ เคยทำประตูได้ในศึก แชริตี้ ชิลด์ ปี 1967 สมัยเล่นให้สเปอร์ส ด้วยการเตะเปิดเกมยาวจากกรอบเขตโทษตัวเอง บอลกระดอนข้ามหัว อเล็กซ์ สเต็ปนีย์ นายทวาร แมนฯ ยูไนเต็ด เข้าไปแบบดื้อๆ นั่นเอง
แหล่งข้อมูล Opta Analyst



