France World Cup 2026

เจาะลึกทีมชาติฝรั่งเศส เมกะโปรเจกต์ล่าแชมป์โลก 2026

ซูมกล้องส่องความพร้อมของหนึ่งในทีมเต็งแชมป์ตลอดกาลอย่าง “ทัพตราไก่” ฝรั่งเศส ที่กำลังแพ็กกระเป๋าเดินทางข้ามทวีปสู่ทวีปอเมริกาเหนือ ล่าแชมป์ฟุตบอลโลก 2026 ทิ้งทวน ยุคสุดท้ายของเดส์ช็องส์

เตรียมพบกับความตื่นตาตื่นใจเมื่อกองทัพ “ตราไก่” ทีมชาติฝรั่งเศส ออกเดินทางข้ามทวีปสู่ศึกลูกหนังโลก 2026 พร้อมกับเป้าหมายสุดทะเยอทะยาน นั่นคือการสร้างประวัติศาสตร์เข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกให้ได้ 3 สมัยติดต่อกัน หลังจากที่พวกเขาเคยเถลิงบัลลังก์แชมป์โลกในปี 2018 และอกหักได้รองแชมป์แบบสุดดราม่าเมื่อคราวก่อน หนนี้พลพรรค เลส์ เบลอส์ กลับมาเพื่อทวงบัลลังก์กษัตริย์ลูกหนังอย่างแท้จริง

ทัวร์นาเมนต์นี้มีความหมายมากกว่าครั้งไหนๆ เพราะนี่จะเป็นทัวร์นาเมนต์ทิ้งทวนครั้งสุดท้ายของ ดิดิเย่ร์ เดส์ช็องส์ ยอดกุนซือคู่บุญที่จะคุมทีมเป็นรายการสุดท้าย เจ้าตัวหวังจะใช้โอกาสนี้สั่งลาตำแหน่งด้วยการพายอดทีมที่อุดมไปด้วยซูเปอร์สตาร์ล้นทีมชุดนี้ชูถ้วยทองคำให้ได้อีกสักสมัย

เส้นทางสู่บอลโลก

รอบคัดเลือกที่ผ่านมาบอกเลยว่าขุนพลตราไก่เล่นชิลๆ เหมือนเดินเล่นในสวนหลังบ้าน พวกเขาโกยไปถึง 16 แต้มจาก 18 คะแนนเต็ม คว้าแชมป์กลุ่ม D ไปแบบไร้รอยต่อทอเต็มผืน และกลายเป็นทีมจากยุโรปรายที่ 2 ที่ตีตั๋วฉลุยสู่รอบสุดท้ายอย่างเป็นทางการ โดยแมตช์ประทับตราเข้างานคือเกมไล่ถล่ม ยูเครน ยับเยินคาสถานี 4-0 พร้อมรักษาขนบธรรมเนียมอันดีงามตีตั๋วบอลโลกได้ทุกสมัยนับตั้งแต่ปี 1998 เป็นต้นมา

ดาวซัลโวสูงสุดประจำทีมในรอบนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก คิเลียน เอ็มบัปเป้ ที่ตะบันไป 5 ตุงเน้นๆ ส่วนรอยด่างพร้อยเดียว คือเกมที่หลุดเสมอ ไอซ์แลนด์ นอกบ้านแบบสุดมันส์ 2-2 เท่านั้นเอง

4 คีย์แมนระดับเทพ

คิเลียน เอ็มบัปเป้

สถิติที่น่าสนใจ : ตะบันไป 12 ประตูจาก 14 นัดในฟุตบอลโลก และเข้าชิงชนะเลิศได้ 100% เต็มจากทุกสมัยที่ลงเล่น

กัปตันทีมชาติฝรั่งเศสรายนี้มีสถิติในเวิลด์คัพที่โคตรจะดุดัน มีส่วนร่วมกับประตูถึง 15 ครั้งจาก 14 นัด (12 ประตู 3 แอสซิสต์) รวมถึงแฮตทริกบันลือโลกในนัดชิงปี 2022 เป้าหมายหนนี้ของเอ็มบัปเป้คือการไล่ล่าสถิติดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของ มิโรสลาฟ โคลเซ่ (16 ประตู) แถมนัดฟุตบอลโลกหนนี้เขามีลุ้นทำสถิติเทียบเท่า คาฟู ตำนานบราซิล ในการลงเล่นนัดชิงชนะเลิศบอลโลก 3 สมัยติดต่อกันอีกด้วย

อุสมาน เดมเบเล่

สถิติที่น่าสนใจ : กดไป 35 ประตู 14 แอสซิสต์จาก 53 นัด เจ้าของรางวัล บัลลงดอร์ ปี 2025

ปีที่ผ่านมาเดมเบเล่กลายเป็น เดอะแบก พาเปแอสเชกวาดทริปเปิลแชมป์ทั้ง ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก, ลีกเอิง และคูป เดอ ฟร็องส์ จนคว้าเตอร์ลูกทองคำมาครอง แม้ช่วงต้นซีซั่นนี้จะมีอาการบาดเจ็บแฮมสตริงและน่องลักพาตัวไปพักอยู่บ้าง แต่ถ้าทัวร์นาเมนต์นี้เจ้าตัวเร่งฟอร์มเก่งกลับมาทัน แผงหลังคู่แข่งเตรียมทิชชู่ไว้ซับน้ำตาได้เลย

ไมเคิ่ล โอลิเซ่

สถิติที่น่าสนใจ : ทำไป 10 ประตู กับอีก 17 แอสซิสต์ จากการลงเล่นบุนเดสลีกาให้ บาเยิร์น มิวนิค แค่ 24 นัดในฤดูกาลนี้

นับตั้งแต่ย้ายจาก คริสตัล พาเลซ ไปสวมยูนิฟอร์ม “เสือใต้” ตัวรุกสายครีเอทีฟคนนี้ก็ยกระดับฝีเท้าขึ้นไปสู่ระดับเวิลด์คลาสทันที การเล่นของโอลิเซ่คือศิลปะชั้นยอด ทั้งวิสัยทัศน์ การจ่ายบอล และความนิ่งปานน้ำแข็งหลอด ทำให้เวลานี้เขากลายเป็นหนึ่งในอาวุธลับที่อันตรายที่สุดที่ฝรั่งเศสจะขาดไม่ได้เด็ดขาด

วิลเลียน ซาลิบา

บอลโลกคราวที่แล้วได้เล่นแค่ 27 นาที แต่หนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ ซาลิบาสถาปนาตัวเองเป็นกองหลังระดับท็อปของโลกด้วยฟอร์มอันสม่ำเสมอและแข็งแกร่งดั่งหินผากับ อาร์เซน่อล แม้ต้องเบียดแย่งตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กกับ อิบราฮิมา โกนาเต้ และ ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ แต่ชั่วโมงนี้ถ้าถามแฟนบอล ยังไงก็ต้องมีชื่อซาลิบาปักหลักเป็นตัวจริงแน่นอน

มือปืนรับสัมปทานลูกตั้งเตะ

  • จุดโทษ : คิเลียน เอ็มบัปเป้
  • ฟรีคิก : ไมเคิ่ล โอลิเซ่
  • ลูกเตะมุม : ไมเคิ่ล โอลิเซ่ / อุสมาน เดมเบเล่

แผนการรบและขุมกำลัง

มาถึงพ.ศ.นี้ แฟนบอลทั่วโลกคงซึมซับและรู้ซึ้งถึงคู่มือการใช้งานและปรัชญาทำทีมของ ดิดิเย่ร์ เดส์ช็องส์ ในทัวร์นาเมนต์ใหญ่เป็นอย่างดี คือเน้นความรัดกุม ยืนตำแหน่งแบบ Compact วินัยเป๊ะๆ และมักจะใช้กลางรับคู่ คอยปัดกวาดเช็ดถูหลังบ้าน เพื่อเปิดสัมปทานให้บรรดาแนวรุกระดับพระกาฬได้เดินหน้าบรรเลงเพลงแข้งร่ายเวทมนตร์กันแบบอิสระ ซึ่งถ้าพูดกันตามตรง ขุมกำลังเกมรุกชุดนี้มันเกินคำว่ามีพรสวรรค์ไปไกลมาก มันคือคลังแสงระดับนิวเคลียร์ชัดๆ

คาดการณ์ 11 ตัวจริง

  • ผู้รักษาประตู (GK) : ไมค์ เมนญอง
  • เซนเตอร์แบ็ก (CB) : ดาโยต์ อูปาเมกาโน่, วิลเลียม ซาลิบา
  • วิงแบ็กซ้าย-ขวา (WB) : เตโอ แอร์น็องเดซ, ฌูลส์ กุนเด้
  • มิดฟิลด์คู่กลาง (CM) : ออเรเลียง ชูอาเมนี่, เอดูอาร์โด้ คามาวินก้า
  • ตัวรุกทำเกม (AM) : อุสมาน เดมเบเล่, เดซีเร่ ดูเอ้, ไมเคิล โอลิเซ่
  • หน้าเป้า (ST) : คิลิยัน เอ็มบัปเป้

เจาะกึ๋นเดส์ช็องส์

เดส์ช็องส์กุมบังเหียนฝรั่งเศสมาตั้งแต่ปี 2012 ถือเป็นหนึ่งในผู้จัดการทีมชาติที่อยู่โยงยาวนานที่สุดในศตวรรษที่ 21 และยังเป็น 1 ใน 3 มหาบุรุษบนโลกใบนี้ที่คว้าแชมป์โลกมาครองได้ทั้งในฐานะนักเตะ (1998) และผู้จัดการทีม (2018) แถมหนนี้เจ้าตัวมีลุ้นจารึกชื่อเป็นกุนซือคนที่ 2 ในประวัติศาสตร์โลกที่คว้าแชมป์โลกในฐานะกุนซือได้ 2 สมัย (ต่อจาก วิตโตริโอ ปอซโซ่ ที่พาอิตาลีคว้าแชมป์ปี 1934 และ 1938)

ผลงานที่ผ่านมาภายใต้ปีกของเดส์ช็องส์มีทั้ง แชมป์เนชันส์ลีก 2021, รองแชมป์ยูโร 2016, รองแชมป์บอลโลก 2022 และล่าสุดคือตกรอบรองชนะเลิศยูโร 2024 ด้วยน้ำมือของสเปน

แม้จะเป็นโค้ชที่ทุกคนให้ความเคารพ แต่เดส์ช็องส์ก็มักจะโดนแฟนบอลและสื่อวิจารณ์อย่างหนักเรื่อง แทคติกที่เน้นผลการแข่งขันมากเกินไป แผลสดที่เห็นชัดคือในศึกยูโร 2024 ที่ผ่านมา ฝรั่งเศสมีปัญหาเรื่องการเจาะตาข่ายคู่แข่งอย่างรุนแรง ยิงประตูกันได้น้อยมาก ทั้งที่มีทรัพยากรเกมรุกระดับพันล้านอยู่ในมือ

ในฟุตบอลโลก 2026 หนนี้ เดส์ช็องส์ต้องเจอกับปัญหาปวดหัวระดับเวิลด์คลาสในการเลือกตัดตัว 11 ตัวจริง เพราะนักเตะแต่ละตำแหน่ง ตั้งแต่กองหลัง กองกลาง ยันกองหน้า มันดีพอจะเป็นตัวจริงให้ได้ทุกทีมบนโลกใบนี้ งานนี้มาลุ้นกันว่าเดส์ช็องส์จะทิ้งทวนเก้าอี้กุนซือด้วยการพาทัพตราไก่เถลิงแชมป์โลกสมัยที่ 3 ได้อย่างยิ่งใหญ่ หรือจะตกม้าตายเพราะความเพลย์เซฟของตัวเอง