ผ่านพ้นช่วงฟีฟ่าเดย์อันแสนยาวนานกันไปแล้ว คอบอลและกุนซือ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ภาพการโดน เบรนท์ฟอร์ด อัด เชลซี 3-0, ไบรท์ตัน ช็อก อาร์เซน่อล 3-0 หรือ ไบรอัน บร็อบบีย์ ยิงแฮตทริกใส่ ซิตี้ อาจจะดูเหมือนผ่านมานานแสนนาน แต่จริงๆ มันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อนนี่เอง!
พอเปิดทีมมาเจอ ธงแดง-ธงเหลือง พรึบเต็มหน้าจอ วันนี้มหาเทพกูรูฟุตบอล มาเจาะลึก 6 คำถามสุดฮอต ที่กุนซือทุกคนกำลังปวดหัว จะได้จัดทีมแก้เกม หรือกด Wildcard ทำแต้มฉีกหนีเพื่อนร่วมลีกได้อย่างมั่นใจ
แต้มสายรับ (DEFCON) ยังขลังเหมือนซีซั่นก่อนไหม?
การแจกแต้ม Defensive Contribution (DEFCON) ในซีซั่น 2025-26 ถือเป็นกฎเปลี่ยนโลกของ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กองหลังแค่อัดปะทะ, ตัดบอล, เคลียร์บอล, บล็อก รวมกันให้ครบ 10 ครั้ง เอาไปเลยฟรีๆ 2 แต้ม! ส่วนกองกลางกับกองหน้าที่รวมคัมแบ็กบอลด้วย ต้องทำครบ 12 ครั้ง
ปีที่แล้ว เอลเลียต แอนเดอร์สัน (£5.5m) พุ่งขึ้นมาจบอันดับ 5 กองกลางที่แต้มเยอะสุดในเกม เพราะกดแต้มเกมรับไปถึง 52 แต้ม! (คิดภาพง่ายๆ กองหน้าต้องยิง 13 ลูกถึงได้แต้มเท่านี้) ส่วน มาร์กอส เซเนซี่ (£4.5m) ก็นำทัพกองหลังโกยไป 50 แต้มสายรับ
แล้วปีนี้ยังน่าลงทุนอยู่ไหม?
ถ้าดูตัวเลข 5 นัดแรก อัตราการแจกแต้มสายรับอยู่ที่ 16.9% ดูเหมือนลดลงจากซีซั่นก่อน (19.3%) แต่ อย่าเพิ่งโดนตัวเลขลอกตา
ถ้าย้อนดูสถิติ 3 ปีหลังสุด อัตรา DEFCON ในช่วง 5 นัดแรกจะต่ำกว่าช่วงท้ายฤดูกาลเสมอ ยิ่งเล่นไปเรื่อยๆ เกมยิ่งเดือด ทรงบอลยิ่งชัด ตัวเลข DEFCON ของกองหลังจะพุ่งขึ้นเฉลี่ยถึง 10.3% เลยทีเดียว!
ตัวเก็งสายขยันรับที่น่าจัดใส่ทีม:
-
ขาประจำตอนนี้: ค็อบบี้ เมนู, อันโตนิโอ ซิลวา และ มูริลโล่ (กดไปคนละ 8 แต้มแล้ว โดยเฉพาะเมนูจัดไป 4 นัดติด!)
-
โมเดล Solio ชี้เป้า (6 นัดข้างหน้า):
-
เควิน ดานโซ่ และ ทาริก มูฮาเรโมวิช มีโอกาสได้แต้มรับสูงถึง 64% ต่อเกม!
-
เอลเลียต แอนเดอร์สัน ยังเป็นเต็ง 1 กองกลางที่แต้มรับน่าจะมา (51%)
-
เอกเซเคียล ปาลาซิโอส (£5.0m) คือตัวจี๊ดราคาย่อมเยาที่มีโอกาสกดแต้มรับสูงถึง 47%
-
ลูกตั้งเตะ (Set Pieces) ดรอปจริงหรือจองเวรต่อ?
ฤดูกาลที่แล้ว ประตูจากลูกตั้งเตะพุ่งกระฉูดจนประตูจาก Open Play เหลือแค่ 65.3% แต่เปิดฉากซีซั่นนี้ ประตูจาก Open Play ดีดกลับมาสูงถึง 74.5%!
โดยเฉพาะ “ลูกเตะมุม” ที่เคยเป็นบ่อเงินบ่อทอง (ปีที่แล้วยิงจากเตะมุมไป 188 ลูก คิดเป็น 18% ของประตูทั้งหมด) ซีซั่นนี้เหลือสัดส่วนยิงได้แค่ 9.9% เท่านั้น!
ทำไมประตูจากเตะมุมถึงหด?
เหตุผลหลักมาจากกรรมการเป่านกหวีดเข้มขึ้นตามแนวทางใหม่ขององค์กรผู้ตัดสิน (Pro Ref) ที่เน้นจับฟาวล์จังหวะ ดึง-รั้ง-เหนี่ยว ในเขตโทษ เพื่อดัดหลังพวกสายบล็อกสายกอด ผลคือมีเสียงนกหวีดดังหลังเปิดเตะมุมภายใน 5 วินาทีสูงถึง 3.8% (สูงที่สุดในรอบ 7 ปี!)
ผลกระทบต่อตัวพรีเมียร์ลีก
-
กองหลังสายโหม่ง: พวกตัวชนอย่าง กาเบรียล มากัลเญส อาจจะได้ลุ้นประตูจากลูกเตะมุมยากขึ้นนิดหน่อย
-
คนเปิดลูกตั้งเตะ: บรูโน่ แฟร์นันเดส ที่เคยได้แอสซิสต์จากลูกตั้งเตะเป็นกอบเป็นกำอาจจะเหนื่อยขึ้น
-
ทางเลือกใหม่: นักเตะสายสร้างสรรค์เกมจาก Open Play เพียวๆ อย่าง รายาน แชร์กี้ (ปีที่แล้วจัดไป 11 แอสซิสต์จาก open play แม้จะลงตัวจริงน้อยกว่าบรูโนถึง 16 นัด) เริ่มดูมีภาษีดีกว่าในแง่คุ้มค่าราคา!
โปรแกรมใครชิลล์ ใครงานเข้า?
ใครที่คิดจะกด Wildcard เพราะเห็นนักเตะติดธงเหลืองเต็มทีม อย่าพึ่งดูแค่สีเขียว-แดงในเว็บ FPL อย่างเดียว มาดูตัวเลขเชิงลึกจาก Solio กันก่อน!
ทีมที่โปรแกรมเกมรุกน่าจัด:
-
แมนฯ ยูไนเต็ด: แม้คนจะแห่ขายทิ้ง แต่ Solio คำนวณว่า 6 นัดข้างหน้า ปีศาจแดงมีโอกาสยิงประตูสูงเป็นอันดับ 3 ของลีก (คาดการณ์ 10.6 ประตู) สายสวนกระแสต้องมี!
ทีมที่ต้องระวัง:
-
น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์: ใครจะดึง มอร์แกน กิ๊บบส์-ไวท์ เข้ามาแทนพวกติดธงอย่าง คอล พัลเมอร์ หรือ อองตวน เซเมนโย่ ต้องคิดดีๆ เพราะฟอเรสต์ถูกคาดการณ์ว่าจะยิงได้แค่ 6.7 ประตู ใน 6 นัดข้างหน้า (น้อยที่สุดในลีก เป็นรองแค่ ฮัลล์ ซิตี้!)
โปรแกรมเกมรับน่าสน:
-
เบรนท์ฟอร์ด: แม้คนจะทยอยขายกองหลังออก แต่จริงๆ แล้วโปรแกรม 6 นัดข้างหน้าพวกเขามีโอกาสคลีนชีตสูงเป็น อันดับ 4 ของลีก (1.6 คลีนชีต)
-
ลีดส์ ยูไนเต็ด: คนแห่ซื้อกองหลังลีดส์กันเยอะมาก แต่สถิติชี้ว่าโอกาสเก็บคลีนชีตไม่ได้ต่างจาก โคเวนทรี ซิตี้ สักเท่าไหร่เลย
ทีมไหนโปรแกรมอมหวาน / ทีมไหนโปรแกรมขมปี๋?
ช่วงกด Wildcard ซีซั่นนี้ การดูโปรแกรมล่วงหน้าคือหัวใจสำคัญ:
-
แมนฯ ยูไนเต็ด (น่าซื้อสวนกระแส): แม้คนจะแห่ขายกันเยอะ แต่โมเดล Solio คาดการณ์ว่าใน 6 นัดถัดไป ผีแดงจะยิงได้ถึง 10.6 ประตู (สูงเป็นอันดับ 3 ของลีก)
-
มอร์แกน กิ๊บบ์ส-ไวท์ / น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ (ต้องชะลอ): ใครคิดจะดึงมาแทนตัวเจ็บอย่าง โคล พาลเมอร์ หรือ อองตวน เซเมนโย่ ต้องคิดใหม่ เพราะฟอเรสต์ถูกคาดการณ์ว่าจะยิงได้แค่ 6.7 ลูก ใน 6 นัดถัดไป (แย่กว่านี้มีแค่ ฮัลล์ ซิตี้ ทีมเดียว!)
-
เบรนท์ฟอร์ด (ตัวดีราคาถูก): มีโอกาสเก็บคลีนชีตติดท็อป 4 ของลีก (คาดการณ์ 1.6 คลีนชีต) สวนทางกับคนที่แห่ขายกองหลังเบรนท์ฟอร์ดออกแน่นตาราง
-
ลีดส์ ยูไนเต็ด (คนแห่ซื้อเกินจริง): คนแห่ดึงกองหลังลีดส์เข้าทีมเพียบ แต่โอกาสเก็บคลีนชีตใน 6 นัดถัดไปกลับดีกว่า โคเวนทรี เพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น!
หมุนเวียนกองหลัง (Defensive Rotation) คู่ไหนลงตัวที่สุด?
สำหรับสายประหยัดงบที่ชอบใช้กองหลังราคา £4.0m – £4.5m สลับกันลงสนามตามโปรแกรมหน้าบ้าน:
-
คู่หูจับคู่หวานเจี๊ยบ: การจับคู่กองหลัง เบรนท์ฟอร์ด + คริสตัล พาเลซ หรือ เอฟเวอร์ตัน + นิวคาสเซิล จะช่วยให้คุณได้เล่นในบ้านเจองานเบาเกือบทุกสัปดาห์ยาวๆ ไปจนถึงช่วงคริสต์มาสแบบไม่ต้องเสียเงินซื้อตัวท็อปราคาแพง!
ซื้อ ปาสคาล โกรสส์ (Pascal Groß) ตอนนี้ ยังทันไหม?
เพลย์เมกเกอร์ตัวเก๋าของไบรท์ตันจัดไปแล้ว 47 แต้ม นำเป็นอันดับ 1 ของเกม พรีเมียร์ลีก ณ ยามนี้!
-
คำตอบคือ: ยังไม่สายเกินไป! แม้ราคาจะขยับขึ้นมาแล้ว แต่ด้วยการกุมสัมปทานเตะมุม ฟรีคิก และจุดโทษ รวมถึงการสร้างสรรค์โอกาสระดับมหาเทพในทีมไบรท์ตันยุคติดลมบน เขายังเป็นสินทรัพย์ระดับ S-Tier ที่พร้อมปั๊มแต้มให้คุณอย่างต่อเนื่องแน่นอน!
ใครคือกองหน้าสายประหยัด (Budget Forward) ที่คุ้มค่าที่สุด?
ในวันที่กองหน้าตัวท็อปแพงหูฉี่ การหากองหน้าสายงบน้อยเพื่อเอาเงินไปโปะแดนกลางคือแทกติกยอดฮิต:
-
ชาราลัมโปส คอสตูลาส (£5.6m / ไบรท์ตัน): นาทีนี้ไม่มีใครร้อนแรงเท่าไอ้หนูชาวกรีกรายนี้อีกแล้ว! กดไป 28 แต้ม ยิง 1 จ่าย 1 สองนัดติดใส่ทั้งปืนและโคเวนทรี
-
ไบรอัน บร็อบบีย์ (£5.5m): หลังกดแฮตทริกใส่ซิตี้ ฟอร์มและความมั่นใจมาเต็มแม็กซ์ เป็นตัวเป้าที่พร้อมเปลี่ยนโอกาสเป็นแต้มได้ทุกเมื่อ
-
จอร์จี้ รุตแตร์ (£5.5m): ตัวทำเกมรุกสไตล์เอนกประสงค์ ได้ทั้งยิงทั้งจ่าย เป็นตัวดิฟชั้นดีที่คนถือครองยังไม่เยอะ!
สรุป : GW6 นี้นอกจากจะต้องแก้ปัญหาตัวเจ็บจากเบรกทีมชาติแล้ว การมองข้ามช็อตเรื่อง แต้ม DEFCON และ โปรแกรมล่วงหน้าจาก Solio จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้คุณเหนือกว่าเพื่อนในลีก ขอให้ทุกคนโชคดีกับการจัดทัพ



