ทีเด็ดบอลเนชันส์ลีก

ทีเด็ดบอลเนชันส์ลีกคืนนี้! เจาะลึก 3 บิ๊กแมตช์ พร้อมชำแหละไลน์อัพตัวจริง

พรีวิวทีเด็ดบอลยูฟ่า เนชันส์ ลีก ของ 3 บิ๊กแมตช์ สิงโตคำราม-กระทิงดุ-ตาร์ตัน รวบรวมสถิติ สภาพความพร้อม 11 ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม

กลับมาเจอกันอีกครั้งกับบทวิเคราะห์ฟุตบอลสุดเข้มข้น จัดหนักจัดเต็ม รวบรวมสถิติ สภาพความพร้อม 11 ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม และสกอร์ที่คาด ในศึก ยูฟ่า เนชันส์ ลีก คืนวันอังคารที่ 6 ตุลาคม 2026 บอกเลยว่าคืนนี้มีคู่เดือดให้ลุ้นกันตาแทบไม่กระพริบ

ทีเด็ดบอลเนชันส์ลีก

อังกฤษ vs เช็กเกีย (01:45 น.)

สิงโตคำราม ยุค โธมัส ทูเคิ่ล กำลังมั่นใจสุดขีดหลังจากเพิ่งระเบิดฟอร์มโหดไล่ถล่ม โครเอเชีย ไปแบบยับเยิน 7-0 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา 4 แนวรุกมหาเทพอย่าง แฮร์รี่ เคน, จู๊ด เบลลิงแฮม, บูกาโย ซาก้า และ แอนโทนี่ กอร์ดอน อาละวาดหนักมาก แม้จะเคยหลุดแพ้ สเปน 3-2 ในนัดเปิดสนาม แต่นับแต่นั้นสิงโตคำรามก็คัมแบ็กอย่างยิ่งใหญ่ โดยก่อนหน้านี้ก็เพิ่งบุกไปอัด เช็กเกีย 2-0 มาแล้ว

ฝั่ง เช็กเกีย ยุคการคุมทีมของ ซานติ เดเนีย อาการหนัก แพ้มา 3 นัดติด แม้จะไม่โดนยิงขาด แต่การบุกมาเยือนถ้ำสิงโตที่เวมบลีย์รอบนี้ บอกเลยว่าต้องพึ่งปาฏิหาริย์อย่างเดียวถึงจะมีแต้มกลับไป

สถิติและประเด็นน่าสนใจ

  • สถิติ H2H ข่มมิด: เจอกันมา 7 นัดหลังสุด อังกฤษ ชนะไปถึง 5 นัด

  • เกมรุกอังกฤษโคตรดุ: กดไป 11 ประตูจาก 3 นัดเนชันส์ลีก โดย เคน, เบลลิงแฮม และ กอร์ดอน มีส่วนร่วมกับประตูทีมละไม่ต่ำกว่า 4 ลูก

  • เช็กเกียระส่ำหนัก: ไร้ชัย 6 นัดติดต่อกัน และชนะแค่ 2 นัดจาก 10 นัดหลังสุด ชนะในเกมทางการเวลาปกติครั้งสุดท้ายต้องย้อนไป พฤศจิกายน 2025 นู่นเลย

สภาพทีมและ 11 ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม

อังกฤษต้องเสีย อเล็กซ์ สก็อตต์ ที่เจ็บโคนขาหนีบพัก 6-8 สัปดาห์ รวมถึง นิโก้ โอเรลลี, โคล พาลเมอร์, ค็อบบี้ เมนู, ดีแคลน ไรซ์ และ มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่ถอนตัวไปก่อนหน้า

คาดว่า ทูเคิ่ล จะปรับทัพพักตัวหลักอย่าง เบลลิงแฮม แล้วส่ง มอร์แกน โรเจอร์ส ลงทำเกมแทน ยืนมิดฟิลด์คู่กลางอย่าง ไมเคิล ลิวอิส-สเกลลี่ จับคู่ เอลเลียต แอนเดอร์สัน โดยมี แฮร์รี่ เคน ลงล่าตาข่ายทำสถิติรับใช้ชาตินัดที่ 125

  • อังกฤษ (4-2-3-1): จอร์แดน พิกฟอร์ด; เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, เทรโวห์ ชาโลบาห์, จาร์ราด แบรนธ์เวต, ลูอิส ฮอลล์; เอลเลียต แอนเดอร์สัน, ไมเคิล ลิวอิส-สเกลลี่; บูกาโย ซาก้า, มอร์แกน โรเจอร์ส, เอเบเรชี เอเซ่; แฮร์รี่ เคน

  • เช็กเกีย (4-2-3-1): อันโตนิน คินสกี้; ยาน ซาเช็ก, คาเรล ชาลูเป็ก, โรบิน ฮรานาช, ยาน สลามา; มิชาล ซาดีเล็ค, ลูคัส เชิร์ฟ; วาตสลาฟ ราดอสตา, พาเวล ชุลช์, ออนเดรย์ ลิงเกอร์; อดัม โฮโลเช็ก

ฟันธงสกอร์: อังกฤษ ชนะ 3-0

โครเอเชีย vs สเปน (01:45 น.)

ทัพกระทิงดุ สเปน ดีกรีแชมป์โลกและแชมป์ยูโร เดินหน้าเก็บชัย 3 นัดรวดในกลุ่มนี้ ล่าสุดฟอร์มแรงจัด ชนะมา 10 นัดติดต่อกันทุกรายการ โดยเฉพาะไอ้หนูซูเปอร์สตาร์วัย 19 ปีอย่าง ลามีน ยามาล ที่ฟอร์มร่างทอง โดดเด่นสุดๆ ยิงและจ่ายไปแล้ว 19 ประตูจาก 9 นัดหลังสุดในนามสโมสรและทีมชาติ!

ส่วน โครเอเชีย ยุคดึง สลาเวน บิลิช กลับมารอบนี้ ถือเป็นฝันร้ายชัดๆ เพิ่งโดน อังกฤษ ถล่มยับเยิน 7-0 คาบ้าน เป็นการแพ้สกอร์ขาดลอยที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติ เกมรับโดนถลุงไป 12 ลูกจาก 3 นัด นัดนี้ต้องรับมือ สเปน บอกเลยว่ารอดยาก

สถิติและประเด็นน่าสนใจ

  • สเปนไร้พ่ายยาวนาน: ไม่แพ้ใครในเวลาปกติมานานถึง 41 นัดติดต่อกันนับตั้งแต่ มีนาคม 2024

  • โครเอเชียยุคตกต่ำ: แพ้ไปถึง 6 จาก 10 นัดหลังสุด ทรงบอลหลุดหลุ่ยอย่างเห็นได้ชัด

  • รีแมตช์คู่ชิงปี 2023: นัดนี้เป็นการรีแมตช์รอบไฟนอล เนชันส์ลีก 2022-23 ซึ่งสเปนเอาชนะจุดโทษไปได้

สภาพทีมและ 11 ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม

โครเอเชียน่าจะดร็อป ลูก้า โมดริช เพื่อเติมความสดในแดนกลาง โดยใช้ มาเตโอ โควาซิช จับคู่ โยซิป มิชิช และขยับ ยอสโก้ กวาร์ดิโอล ไปเล่นแบ็กซ้าย

สเปน ของ หลุยส์ เด ลา ฟูเอ็นเต้ ขาด นิโก้ วิลเลียมส์, เฟร์ราน ตอร์เรส และ อเล็กซ์ กริมาลโด้ แต่แนวรุกยังมี ยามาล, เฟอร์มิน โลเปซ, อเล็กซ์ บาเอนา และ มีเกล โอยาร์ซาบาล

  • โครเอเชีย (4-2-3-1): โดมินิก ลิวาโควิช; อีวาน สโมลชิช, ลูก้า วูชโควิช, โยซิป ชูตาโล่, ยอสโก้ กวาร์ดิโอล; โยซิป มิชิช, มาเตโอ โควาซิช; นิกา วลาชิช, ปีตาร์ ซูชิช, มาร์ติน บาตูริน่า; อีกอร์ มาตาโนวิช

  • สเปน (4-2-3-1): อูไน ซิมอน; มาร์ค พูบิลล์, เปา คูบาร์ซี่, อายเมอริค ลาปอร์กต์, มาร์ค คูกูเรย่า; มาร์ติน ซูบิเมนดี้, เปดรี; ลามีน ยามาล, เฟอร์มิน โลเปซ, อเล็กซ์ บาเอนา; มีเกล โอยาร์ซาบาล

ฟันธงสกอร์: โครเอเชีย 1-3 สเปน

สกอตแลนด์ vs สโลวีเนีย (01:45 น.)

ศึกแย่งรองจ่าฝูงกลุ่ม B1 ที่สนาม แฮมป์เดน พาร์ค ทั้งสองทีมมี 4 แต้มเท่ากัน สกอตแลนด์ เพิ่งบุกไปอัด นอร์ธมาซิโดเนีย 2-0 เกมรับเริ่มเข้าที่เข้าทาง เก็บคลีนชีตได้ 4 จาก 7 นัดหลังสุด แม้ว่าจะต้องขาดตัวหลักอย่าง สก็อตต์ แมคโทมิเนย์ (ผ่าตัดหัวใจเล็กน้อย) และ สก็อตต์ แมคเคนนา (ติดโทษแบน) แต่ได้ แจ็ค เฮนดรี้ พ้นโทษแบนกลับมาช่วยเกมรับ โดยมี จอห์น แมคกินน์ เป็นตัวทีเด็ดในแนวรุก

ฝั่ง สโลวีเนีย ฟอร์มเกมเยือนห่วยจัด ชนะแค่ 1 จาก 7 เกมเยือนหลังสุด แถมแกนหลักแนวรุกอย่าง เบนจามิน เชชโก้, อันดราซ ชโพราร์ และ เบนจามิน เวอร์บิช บาดเจ็บถอนตัวทั้งหมด ปล่อยให้ ฌาน วิโปตนิก แบกเกมรุกคนเดียว แถมสถิติที่เคยเจอกัน สโลวีเนีย ไม่เคยชนะ สกอตแลนด์ ได้เลยตลอด 6 นัด!

ฟันธงสกอร์: สกอตแลนด์ ชนะ 1-0

แหล่งข้อมูล squawka