สรุปฟอร์ม 20 ทีมพรีเมียร์ลีก

สรุปฟอร์ม 20 ทีมพรีเมียร์ลีกผ่าน 1 ตัวเลขที่บอกทุกอย่างหลังผ่าน 5 นัดแรก

ผ่านไปแล้ว 5 นัดสำหรับพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2026-27 ตารางคะแนนเริ่มเห็นทรงชัดเจน บางทีมบินสูงติดลมบน ส่วนบางทีมกำลังดิ้นรนอยู่ในพื้นที่แดงเดือด แต่นอกจากอันดับบนตารางแล้ว พอดึงสถิติเชิงลึกมาจับดู จะเห็นเลยว่าตัวเลขเพียง “สถิติเดียว” ของแต่ละทีม มันสามารถอธิบายภาพรวม ทรงบอล จุดแข็ง หรือแม้กระทั่งจุดบอดร้ายแรงของทั้ง 20 สโมสรได้อย่างหมดจด

สรุปฟอร์ม 20 ทีมพรีเมียร์ลีก

วันนี้กูรูฟุตบอลจะพาทุกท่านไปสแกนดาต้าเจาะลึก 20 ทีม เรียงตามอันดับตารางคะแนนล่าสุดกัน

1. แมนฯ ซิตี้ — 0.15 xG ต่อการยิง (เพชฌฆาตหน้าปากประตูตัวจริง)

ในยุคของ เอนโซ มาเรสก้า ทัพเรือใบสีฟ้ารั้งจ่าฝูงด้วยสถิติชนะ 100% เต็มทีมเดียวใน 4 ลีกสูงสุดอังกฤษ พวกเขาไม่ได้พึ่งพาแค่เกมรับ แต่เป็นเพราะ เกมรุกระดับมหาเทพ ที่สร้างโอกาสยิงแบบเน้นๆ โดยค่า xG เฉลี่ยต่อลูกยิงแบบไม่รวมจุดโทษสูงถึง 0.15 (ดีที่สุดในลีก) ส่งผลให้เปลี่ยนโอกาสยิงเป็นประตูได้สูงถึง 19.1% คมกริบไร้ที่ติ!

2. อาร์เซน่อล — +22.7 กิโลเมตร (วิ่งยับ ขยันลืมตาย)

ทีมของ มิเกล อาร์เตต้า มีทักษะสู้ได้ทุกทีม แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาเหนือนั้นคือ “หัวใจและความฟิต” ตลอด 5 นัดแรก นักเตะปืนใหญ่วิ่งรวมมากกว่าคู่แข่งถึง 22.7 กิโลเมตร ซึ่งเป็นส่วนต่างเชิงบวกที่มากที่สุดในลีก ทั้งๆ ที่พวกเขามีเปอร์เซ็นต์ครองบอลเฉลี่ยสูงถึง 59.5% สะท้อนว่าไม่ว่าจะมียามมีบอลหรือไม่มีบอล ขุนพลปืนโตไล่บดคู่แข่งไม่หยุดจริงๆ

3. ไบรท์ตัน — 7.4 PPDA (มอนสเตอร์สายเพรสสูง)

ทรงบอลของ ฟาเบียน เฮือร์เซเลอร์ กำลังแผลงฤทธิ์สุดขีด! ไบรท์ตันกลายเป็นทีมที่กดเพรสซิ่งแดนบนโหดที่สุด โดยมีค่า PPDA (จำนวนการจ่ายบอลของคู่แข่งต่อการบีบทำลายเกมรับ 1 ครั้ง) ต่ำที่สุดในลีกที่ 7.4 หมายความว่าคู่แข่งแทบไม่มีเวลาตั้งเกมเลย ส่งผลให้ไบรท์ตันบีบแย่งบอลในพื้นที่สูง (High Turnovers) ได้ถึง 56 ครั้ง มากที่สุดในพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้

4. เบรนท์ฟอร์ด — 3 นาที 10 วินาที (หนังเหนียว โดนนำยาก)

บินสูงถึงอันดับ 4 แบบยังไม่แพ้ใคร! ตัวเลขที่น่าเหลือเชื่อคือ เบรนท์ฟอร์ด ตกเป็นฝ่ายตามหลังคู่แข่งรวมกันเพียง 3 นาที 10 วินาที จาก 5 นัดแรก คิดเป็นแค่ 0.6% ของเวลาแข่งขันทั้งหมดในซีซั่นนี้ (เกิดขึ้นในเกมเยือนบอร์นมัธก่อนจะตีเสนอได้อย่างรวดเร็ว) กลายเป็นทีมที่เคี้ยวลากดินและโดนออกนำยากที่สุดในลีก

5. ลีดส์ ยูไนเต็ด — 46.7% โอกาสยิงจากลูกตั้งเตะ (ทีเด็ดบอลตั้งเตะสะเด่ากด)

แดเนียล ฟารค์ นำทัพยูงทองรั้งอันดับ 5 แบบไร้พ่ายได้อย่างงดงาม โดยมีจุดเด่นระดับมาสเตอร์พีซคือ “ลูกตั้งเตะ” 46.7% ของโอกาสยิงทั้งหมด และ 41.0% ของค่า xG มาจากลูกฟรีคิกและเตะมุม (ไม่รวมจุดโทษ) แถมยิงได้ 3 จาก 7 ประตูในซีซั่นนี้จากสถานการณ์บอลตาย นี่คืออาวุธหนักที่ทำให้พวกเขากินนิ่มคู่แข่งได้ตลอด

6. ลิเวอร์พูล — 636 ครั้ง สปริ้นต์ตีนแตก (สูตรใหม่ของอิราโอลา)

การเริ่มต้นยุค อันโดนี อิราโอลา ในถิ่นแอนฟิลด์อาจจะยังไม่หวือหวาทั้งผลงานและทรงบอล แต่สถิติฟ้องชัดเจนว่าสไตล์เปลี่ยนไปแล้ว ลิเวอร์พูลรั้งอันดับสุดท้ายเรื่องระยะทางวิ่งรวม (110.3 กม./นัด) แต่กลับรั้ง อันดับ 1 เรื่องการสปริ้นต์สปีดสุดตัว (636 ครั้งรวม หรือ 127.2 ครั้ง/นัด) สะท้อนว่ากุนซือใหม่สั่งให้เซฟพลังงานไว้ แล้วใส่เต็มร้อยเฉพาะจังหวะโต้กลับและเร่งสปีด!

7. เอฟเวอร์ตัน — 1,145 ครั้ง Pressures แดนคู่แข่ง (มอยส์เวอร์ชันปรับลุค)

ใครคิดว่า เดวิด มอยส์ ทำทีมเน้นรับต่ำคงต้องคิดใหม่! ท็อฟฟี่สีน้ำเงินซีซั่นนี้ลงเล่นเกมรุกกดดันใส่คู่แข่งอย่างดุดัน นำเป็นอันดับ 1 ของลีกในการ เข้าไปกดดัน (Pressures) ในแดนคู่แข่งถึง 1,145 ครั้ง และในพื้นที่แดนบนสุด (Final Third) อีก 682 ครั้ง จนนำไปสู่การตัดบอลสูงแล้วได้ยิงประตูถึง 11 ครั้ง มากที่สุดในพรีเมียร์ลีกเวลานี้

8. ฮัลล์ ซิตี้ — 0.4 Build-up Attacks ต่อเกม (ทรงโบราณ เน้นผล)

เซร์เกย์ ยาเคิโรวิช รู้จักศักยภาพทีมตัวเองดี แทบไม่สั่งให้เซ็ตบอลจากแดนหลัง แต่เน้นวางยาวทิ้งไปข้างหน้าทันที ฮัลล์ ซิตี้ มีเกรดการสร้างสรรค์เกมแบบ Build-up Attacks (การต่อบอลเกิน 10 ครั้งขึ้นไปแล้วได้ยิงหรือสัมผัสบอลในเขตโทษ) แค่ 0.4 ครั้งต่อเกมเท่านั้น ซึ่งต่ำที่สุดเป็นอันดับ 2 ของพรีเมียร์ลีกในรอบทศวรรษ แต่มันกลับได้ผลเพราะพวกเขายิงไปแล้ว 6 ลูกและผลงานบินสูงเกินคาด!

9. นิวคาสเซิล — 25 ปี 5 วัน (พลังวัยรุ่นสร้างตัว)

หลังปฏิวัติทีมด้วยกุนซือวัย 38 ปีอย่าง มัทธิอัส ไจสส์เล่ ทัพสาลิกาดงยุคใหม่เน้นความสดอย่างเห็นได้ชัด จากเดิมที่เป็นทีมตัวจริงอายุเฉลี่ยแก่ที่สุดอันดับ 6 เมื่อซีซั่นก่อน มาฤดูกาลนี้ นิวคาสเซิล จัด 11 ตัวจริงที่มี อายุเฉลี่ยส่งลงสนามน้อยที่สุดในพรีเมียร์ลีก (25 ปี 5 วัน) สายเลือดใหม่กำลังคึกได้ที่เลยทีเดียว

10. เชลซี — 22 ประตูรวม (บอลเอ็นเตอร์เทน ยิงยับเสียยับ)

ชาบี อลอนโซ่ พาเชลซีกลายเป็นทีมที่ดูสนุกที่สุดในลีก! ผ่านไป 5 นัด เกมของพวกเขามีประตูเกิดขึ้นรวมกันถึง 22 ประตู (ยิงได้ 10 เสีย 12) กลายเป็นทีมที่ 10 ในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกที่ยิงและเสียประตูแตะหลักสิบพร้อมกันตั้งแต่ 5 นัดแรก ซึ่งในอดีต ทีมทรงนี้มักจะเร่งปรับสมดุลและจบ Top 4 ได้ในที่สุด

11. อิปสวิช — 2 ประตูชัยนาทีที่ 90+ (จอมโกงตายท้ายเกม)

ทัพม้าขาวของ แกรี่ โอเนิล แสดงให้เห็นว่าสู้จนหยดสุดท้ายจริงๆ ในลีกซีซั่นนี้มีการยิงประตูชัยในนาทีที่ 90 หรือหลังจากนั้นเกิดขึ้นเพียง 3 ครั้ง และ 2 จาก 3 ครั้งนั้นเป็นผลงานของอิปสวิช (แจ็ค คลาร์ก ยิงซันเดอร์แลนด์ และ เซียน เฟลมมิ่ง ยิงพาเลซ) สถิติสูงสุดตลอดกาลของลีกต่อหนึ่งซีซั่นอยู่ที่ 4 ครั้ง ผ่านไป 5 นัดพวกเขากดไปแล้วครึ่งทาง!

12. แมนฯ ยูไนเต็ด — 182 สัมผัสบอลในเขตโทษคู่แข่ง (สถิติหรู แต่ผลงานฝืด)

สถิติฟ้องว่าทีมของปีศาจแดงพยายามพับสนามบุกใส่คู่แข่ง แต่ปัญหาน่าปวดหัวคือความเด็ดขาด แมนฯ ยูไนเต็ด ครองสถิติ สัมผัสบอลในเขตโทษคู่แข่งมากที่สุดในลีก (182 ครั้ง) และโดนคู่แข่งสัมผัสบอลในเขตโทษตัวเองน้อยที่สุดในลีก (92 ครั้ง) แต่ผลงานกลับรั้งอันดับ 12 มีผลต่างประตูได้เสียเป็น 0 (ยิง 8 เสีย 8) ได้แต่พับสนามแต่จบไม่ลง!

13. ฟอเรสต์ — 0 ประตูในบ้าน (เจ้าบ้านมิตรภาพ)

สถิติสุดแปลกของเจ้าป่า! ฟอเรสต์ เล่นในบ้านไป 3 นัด ยังยิงประตูไม่ได้เลยสักลูกเดียว (ยิง 0 เสีย 2) ทำให้ ซิตี้ กราวด์ กลายเป็นสนามที่มีประตูเกิดขึ้นน้อยที่สุดในลีก (2 ลูก) แต่พอออกไปเล่นนอกบ้าน 2 นัด กลับยิงไป 7 ลูก เก็บได้ 4 คะแนน เป็นทรงเดียวกับสองซีซั่นก่อนหน้าที่เล่นเกมนอกบ้านได้ดีกว่าเกมเหย้า

14. ซันเดอร์แลนด์ — 3 ความผิดพลาดเสียประตู (แจกโชคให้คู่แข่ง)

น้องใหม่ซันเดอร์แลนด์เกือบจะออกสตาร์ตได้สวยงาม แต่กลับตกเป็นเหยื่อจากความผิดพลาดของตัวเอง พวกเขาเสียประตูจากการ ทำหมูหก/เล่นผิดพลาดเอง (Errors leading to goal) ไปแล้วถึง 3 ครั้ง ซึ่งมากที่สุดในลีกซีซั่นนี้ (เท่ากับจำนวนที่บางทีมทำเสียทั้งซีซั่นก่อน) แถมยังโดน 1 ใบแดง และพลาดจุดโทษอีก 1 ครั้ง ถ้าไม่แก้อาการแจกโชค มีเหนื่อยยาวแน่

15. คริสตัล พาเลซ — 27 นักเตะ (โรเตชั่นมึนตึ้บ)

ปิแอร์ ซาจ กุนซือคนใหม่ของพาเลซกำลังงมหา 11 ตัวจริงที่ลงตัวอย่างหนัก ผ่านไปแค่ 5 นัด เขาใช้ นักเตะลงสนามไปแล้วถึง 27 คน ซึ่งเทียบเท่าสถิติสูงสุดตลอดกาลของพรีเมียร์ลีกหลังผ่าน 5 นัดแรก (เท่ากับอาร์เซน่อล ซีซั่น 2011-12) หากเทียบกับซีซั่นก่อนทั้งฤดูกาล พาเลซใช้ผู้เล่นไปรวม 30 คน แสดงว่าซีซั่นนี้ลองทีมกันยับๆ

16. แอสตัน วิลล่า — 4.56 xG (เกมรุกฝืดขั้นตาดำ)

แม้อูไน เอเมรี่ จะพาทีมชนะสเปอร์สมาได้ แต่ภาพรวมเกมรุกถือว่าน่าเป็นห่วงจัดๆ วิลล่า รั้งอันดับสุดท้ายของพรีเมียร์ลีกทั้ง ค่า xG รวม (4.56), โอกาสยิงรวม (48 ครั้ง) และ ยิงเข้ากรอบ (12 ครั้ง) การสูญเสียตัวหลักและการถ่ายเลือดใหม่ทำให้อัตราการสร้างสรรค์เกมลดลงอย่างเห็นได้ชัด

17. บอร์นมัธ — 9 คะแนนที่หลุดมือ (จอมแจกแต้มตอนนำ)

บอร์นมัธ ออกสตาร์ตซีซั่นได้น่าเจ็บปวดสุดๆ พวกเขา ทำคะแนนตกหลุดมือจากสถานการณ์ขึ้นนำไปแล้วถึง 9 คะแนน จาก 5 นัดแรก (นัดเดียวที่ไม่เสียแต้มตอนนำ คือนัดที่ไม่ยิงเลยในเกมแพ้ลิเวอร์พูล 0-1) หากยังรักษาสถิติเสียแต้มเฉลี่ย 1.8 แต้มต่อเกมแบบนี้ไปเรื่อยๆ พวกเขาอาจทำสถิติแจกแต้มตอนนำทะลุ 60 คะแนนเมื่อจบซีซั่น!

18. โคเวนทรี — -3.88 ต่ำกว่าค่า xG (ดวงกุดหน้าประตู)

ทัพช้างกระทืบโรงของ แฟรงค์ แลมพาร์ด มีตัวเลขที่บอกว่าพวกเขาน่าสงสารมากกว่าห่วย! โคเวนทรี สร้างโอกาสยิงได้ xG รวม 4.88 แต่กลับเปลี่ยนเป็นประตูได้แค่ 1 ประตูเท่านั้น (-3.88 ต่ำกว่ามาตรฐาน xG มากที่สุดในลีก) สิ่งที่แลมพาร์ดต้องลุ้นคือ ขอให้นักเตะเริ่มปลดล็อกยิงให้ตรงตามมาตรฐาน xG ในนัดต่อๆ ไป

19. ฟูแล่ม — 20 ครั้ง Big Chances Conceded (เกมรับรั่วเป็นรังผึ้ง)

เจ้าสัวน้อยปล่อยให้คู่แข่งหลุดเข้าไปยิงแบบจ่อๆ หรือโอกาสทองเน้นๆ (Big Chances) มากถึง 20 ครั้งใน 5 นัด (เฉลี่ย 4.0 ครั้งต่อเกม) ซึ่งสูงที่สุดเป็นอันดับ 2 ในพรีเมียร์ลีกรอบ 10 ปีหลังสุด (เป็นรองแค่ เซาแธมป์ตัน ชุดตกชั้นซีซั่น 2024-25) หากไม่รีบขันน็อตเกมรับ มีสิทธิ์โดนถลุงยาวๆ

20. สเปอร์ส — 26 ตัวจริงหน้าใหม่ (ทีมใหม่ ปรับเคมีไม่ทัน)

คลับไก่จมบ๊วยของตารางหลังจากออกสตาร์ตแย่ที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร เหตุผลหลักมาจาก โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ พยายามส่งผู้เล่นใหม่ลงสนามพร้อมกันมากเกินไป สเปอร์ส ส่งผู้เล่นที่ไม่เคยเล่นให้ทีมในซีซั่นก่อนลงเป็น ตัวจริงรวมกันถึง 26 ครั้ง (ทิ้งห่างอันดับ 2 อย่างเชลซีที่ 17 ครั้ง) ถือเป็นทีมที่ 12 ในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกที่ส่งแข้งใหม่ลงเยอะขนาดนี้ใน 5 นัดแรก ซึ่ง 6 ใน 11 ทีมก่อนหน้านี้จบอันดับ 17 หรือต่ำกว่า

แหล่งข้อมูล Opta Analyst