แมนฯ ซิตี้ ปะทะ เปแอสเช 4-2

เปิดสถิติหลังเกม! เปแอสเชโหดบุกเผาเครื่อง แมนฯ ซิตี้ คาบ้าน 4-2

เดือดดาลจัดๆ ระดับห้าดาวของจริงสำหรับแมตช์หยุดโลกในศึก UEFA Champions League คืนวันพุธที่ผ่านมา การรีเทิร์นกลับมาเยือนรังเก่าเอติฮัด สเตเดี้ยม ครั้งแรกของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ในฐานะผู้ชม ต้องลงเอยด้วยความขมขื่น เมื่อยอดทีมแชมป์ยุโรปอย่าง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ของ หลุยส์ เอ็นริเก้ โชว์โหดบุกมาดับซ่า แมนฯ ซิตี้ ถึงถิ่น 4-2

แม้สาวกเรือใบสีฟ้าจะตะโกนเชียร์กดดันใส่เรื่องมรสุมคดีความนอกสนาม แต่ PSG จัดบทเรียนฟุตบอลรุกฆาต รัวนำห่าง 3-0 ตั้งแต่ 32 นาทีแรก! แม้ครึ่งหลัง เอ็นโซ มาเรสก้า จะปรับเกมแก้แทกติกจน เออร์ลิง ฮาแลนด์ เหมาสองประตูสร้างสถิติใหม่ แต่ก็ไล่ไม่ทันจริงๆ

วันนี้มหาเทพกูรูได้รวบรวมเกร็ดสถิติและตัวเลขสะเทือนวงการฟุตบอลยุโรปมาฝากคอบอลตัวจริงกันแบบเน้นๆ มาดูกันเลยครับว่ามีสถิติอะไรที่น่าสนใจบ้าง

แมนฯ ซิตี้ ปะทะ เปแอสเช 4-2

เปิดฉากมาช่วง 10 นาทีแรก ซิตี้เกือบนำก่อนจากจังหวะ อันโตน เซเมนโย ยิงซ้ำซัดข้ามคาน (แต่ มาร์ก เกฮี โดนจับฟาวล์ใส่ผู้รักษาประตูไปก่อน) แต่หลังจากนั้น บัลเล่ต์ปารีสก็เริ่มวาดลวดลายช็อกคนทั้งสนาม

  • นาทีที่ 14 (0-1): สวนกลับเร็วจ่ายโดย ฟาเบียน รุยซ์ ถึง เดซิเร ดูเอ้ ลากจี้จากซ้ายตัดเข้าในแล้วกดเปรี้ยงเดียวส่องเสียบโคนเสาลงไปอย่างคมกริบ

  • นาทีที่ 16 (0-2): ผ่านไปแค่ 99 วินาที! ดูเอ้ คนเดิมเปิดถวายขันให้ อุสมาน เดมเบเล่ เทคตัวโหม่งจ่อๆ เข้าไปไม่เหลือ!

  • นาทีที่ 32 (0-3): วิตินญ่า กดด้วยขวาเต็มเท้าจากแถวสองวิ่งมาตะบันเข้าไปแบบไม่ต้องจับ

สถิติช็อกโลก : นี่คือครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2012 ที่แมนฯ ซิตี้ โดนคู่แข่งบุกมายิงนำห่าง 3 ประตูในครึ่งแรกยามเล่นในบ้าน! และถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2015 (แพ้ ลิเวอร์พูล 1-4) ที่เรือใบเสียถึง 3 ประตูในครึ่งแรกเกมเหย้าทุกรายการ

พักครึ่ง มาเรสก้า จัดหนักถอดเปลี่ยนตัวรวดเดียว 3 คน ส่ง มาเธียส นูเนส, อยูบ บูอัดดี และ อิลลิมัน เอ็นดิอาเย ลงมา และเกมของซิตี้ก็บุกกดขยี้ข้างเดียวทันที

  • นาทีที่ 53 (1-3): เอ็นดิอาเย ครอสเข้ากลางให้ เออร์ลิง ฮาแลนด์ ขึ้นโขกเต็มศีรษะเข้าไปให้ซิตี้มีความหวัง

  • นาทีที่ 62 (1-4): ในขณะที่เรือใบกำลังบีบหนัก จู่ๆ จานลุยจิ ดอนนารุมม่า มือกาวอดีตนายด่าน PSG ดันแจกส้มชนวน! โดน มักเนส อักลีอุส ยิงตอด แล้วดอนนารุมม่าปัดบอลลอยโด่งปัดไม่พ้น ข้ามเส้นเข้าประตูตัวเองไปแบบสุดเหวอ!

  • นาทีที่ 67 (2-4): ฮาแลนด์ ไม่ยอมแพ้! บูอัดดี จ่ายปาดเข้ากลางให้ เออร์ลิง ฮาแลนด์ ตวัดยิงตามน้ำเข้าไปอย่างเฉียบขาด

  • ดราม่าจุดโทษนาทีที่ 83: ซิตี้ รอดตัวเมื่อ นูเนส ไปทำฟาวล์ นูโน เมนเดส เสียจุดโทษ แต่ตัวสำรองหน้าเก่าอย่าง เฟร์ราน ตอร์เรส ดันยิงจุดโทษเบาหวิวไปเข้ามือ ดอนนารุมม่า แต่น่าเสียดายที่ซิตี้ไล่เจาะประตูเพิ่มไม่ได้แล้ว

สถิติสุดช็อกหลังเกม แมนฯ ซิตี้ 2-4 เปแอสเช

  • อุสมาน เดมเบเล่ เทียบชั้นตำนานเปแอสเช:

    • จากประตูที่เดมเบเล่ทำได้ในเกมนี้ ส่งผลให้เขากลายเป็นผู้เล่นคนที่ 3 ในประวัติศาสตร์ของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ที่สามารถทำประตูติดต่อกันในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ได้ยาวนานถึง 6 นัดติดต่อกัน (หรือมากกว่า)

    • โดยทำสถิติตามรอยรุ่นพี่อย่าง คิลิยัน เอ็มบัปเป้ (ทำไว้ 6 นัด เมื่อ ก.ย. 2022) และ เอดิสัน คาวานี (ทำไว้ 7 นัด เมื่อ ต.ค. 2017) เป็นที่เรียบร้อย

  • สถิติแย่ที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสรเรือใบ:

    • ความพ่ายแพ้ 2-4 ในนัดนี้ ทำให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เสียถึง 4 ประตูในเกมเหย้าบนเวทียุโรปเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร

  • รอยแผลครึ่งแรกที่เอติฮัด:

    • การเสีย 3 ประตูรวดในครึ่งแรกของเกมนี้ ทำให้ซิตี้โดนคู่แข่งยิงในครึ่งแรกเกมเหย้าทะลุ 3 ลูกเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2015 ที่เคยโดน ลิเวอร์พูล ยิงในพรีเมียร์ลีก

    • และเป็นการตามหลังคู่แข่ง 3 ประตูในครึ่งแรกยามเล่นในบ้านเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เดือนมกราคม 2012 ที่เคยเจอ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในศึกเอฟเอ คัพ อีกด้วย

  • เครื่องจักรสังหารประตูของเปแอสเช:

    • เวลานี้ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ซัดไปแล้วถึง 10 ประตู ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดูกาลนี้

    • กลายเป็นสถิติใหม่ที่ ไม่มีสโมสรไหนเคยยิงได้มากเท่านี้มาก่อนในการลงเล่น 2 นัดแรกของรอบแบ่งกลุ่ม/ลีกเฟส ในรายการนี้

  • ของแสลงทีมจากอังกฤษ:

    • เปแอสเชยังคงรักษาฟอร์มไร้พ่ายยามดวลกับทีมจากเกาะอังกฤษ โดย ไม่แพ้ใครมา 10 นัดติดต่อกันแล้วในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก (ชนะ 8 เสมอ 2) ซัดรวมกันไปถึง 26 ประตู และเสียเพียง 10 ประตูเท่านั้นในช่วงเวลาดังกล่าว

  • สถิติระดับอสูรกายของ เออร์ลิง ฮาแลนด์:

    • แม้ทีมจะแพ้ แต่ฮาแลนด์ยังคงร้อนแรงต่อเนื่องด้วยการทำสถิติซัดไปแล้ว 61 ประตู จากการลงสนาม 60 นัด ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก

    • เฉพาะการเจอกับ เปแอสเช เจ้าตัวซัดไปแล้ว 5 ประตูจาก 4 นัด ซึ่งถ้านับผู้เล่นที่ยิงใส่ทีมดังจากฝรั่งเศสในรายการนี้ มีเพียง เนย์มาร์ (7 ประตู) และ ลิโอเนล เมสซี่ (6 ประตู) เท่านั้นที่ยิงใส่ PSG มากกว่าฮาแลนด์

แหล่งข้อมูล Opta Analyst