บอกเลยว่านี่คือหนึ่งในแมตช์ที่มันส์หยดติ๋งและดราม่าที่สุดในประวัติศาสตร์ศึก UEFA Champions League เมื่อ โรม่า ของกุนซือเดอะ แชะ กำลังจะคว้าชัยชนะระดับมาสเตอร์พีซเหนือ เรอัล มาดริด คาถิ่นสตาดิโอ โอลิมปิโก อยู่รอมร่อ แต่ลูกทีมเก่าของ โจเซ่ มูรินโญ่ กลับสำแดงเดช ยิงรัว 3 ลูกรวดภายในเวลาเพียง 7 นาทีช่วงท้ายเกม พลิกนรกกลับมาเอาชนะไปแบบช็อกโลก 4-3
วันนี้จะพามาชำแหละสถิติเชิงลึกและดราม่าสุดระทึกขวัญในกรุงโรม มาดูกันเลยว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง
-
โรม่าออกสตาร์ทไฟแลบ: เจ้าถิ่นโรม่าเปิดเกมบุกเข้าใส่ไม่ยั้ง มาร์เทน เดอ รูน ยิงแฉลบเปลี่ยนทางขึ้นนำ 1-0 ในนาทีที่ 20 ก่อนที่ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ จะมายิงตีเสมอให้มาดริด 1-1 ในฐานะลงสนามนัดที่ 100 ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกพอดี
-
ดอนเยลล์ มาเลน โคตรฮีโร่หมาป่า: ครึ่งหลัง โรม่า ทิ้งห่างจากผลงานของ ดอนเยลล์ มาเลน ที่กดคนเดียวสองเม็ดในนาทีที่ 51 และ 57 พาทีมหนีห่างเป็น 3-1 ท่ามกลางเสียงเชียร์กระหึ่มสนาม
-
7 นาทีพลิกนรกของ มูรินโญ่: เกมทำท่าจะจบลงด้วยชัยชนะของโรม่า แต่มูรินโญ่แก้เกมส่ง คาร์ลอส เอสปี และ เอนดริก ลงมาเป็นซูเปอร์ซับ และนั่นคือจุดเปลี่ยน
-
นาทีที่ 83 (3-2): เอนดริกโหม่งลูกเตะมุมชนเซฟ เอสปี ตามซ้ำจ่อๆ ไม่เหลือซาก
-
นาทีที่ 85 (3-3): สองนาทีถัดมา อาร์ดา กูแลร์ เปิดลูกเตะมุมสุดแม่นให้ เอนดริก เทคตัวโหม่งโล่งๆ ตีเสมอ 3-3 แบบเหลือเชื่อ
-
นาทีที่ 90 (3-4): ปิดกล่องสมบูรณ์แบบ อดีตกองหลังโรม่าอย่าง อันโตนิโอ รือดิเกอร์ เติมขึ้นมาวอลเลย์เต็มข้อเสียบตาข่าย พาราชันชุดขาวพลิกนรกคว้า 3 แต้มกลับบ้านแบบเหลือเชื่อ
-
ตัวเลขสถิติมหาเทพหลังเกม โรม่า 3-4 เรอัล มาดริด
คีลิยัน เอ็มบัปเป้ (Kylian Mbappé) — ทุบสถิติ ลิโอเนล เมสซี่
-
ลงสนามในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ครบ 100 นัด กลายเป็น ผู้เล่นอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ทำสถิติแตะหลักร้อยนัด (ด้วยวัย 27 ปี 298 วัน) ทำลายสถิติเดิมที่ ลิโอเนล เมสซี่ เคยทำไว้ในปี 2015 (28 ปี 84 วัน) สำเร็จ
-
เอ็มบัปเป้กลายเป็นนักเตะคนที่ 8 ในประวัติศาสตร์ที่ฉลองการลงเล่นนัดที่ 100 ด้วยการทำประตูได้ และเป็นนักเตะมาดริดคนที่ 3 ที่ทำได้ต่อจาก คริสเตียโน โรนัลโด้ (ปี 2014) และ โทนี่ โครส (ปี 2019)
-
ประตูนี้ยังทำให้เขาทำสถิติมีส่วนร่วมกับประตูในฟุตบอลระดับสโมสรทะลุ 500 ประตู ไปเรียบร้อยแล้ว (ยิง 378, แอสซิสต์ 122)
เรอัล มาดริด (Real Madrid) — จิตวิญญาณราชันยุโรปของแท้
-
นี่คือครั้งที่ 5 แล้วในประวัติศาสตร์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ที่เรอัล มาดริด สามารถพลิกกลับมาคว้าชัยชนะได้ แม้จะเคยตามหลังคู่แข่งอยู่ถึง 2 ประตู (มากที่สุดกว่าทุกทีมในประวัติศาสตร์รายการนี้)
-
สถิติ บันทึกไว้ว่า นี่คือ การพลิกกลับมาคว้าชัยชนะในแชมเปียนส์ลีกที่ช้าที่สุดในประวัติศาสตร์สำหรับการตามหลัง 2 ประตู โดยเกิดขึ้นในนาทีที่ 82 (ก่อนจะรัวแซงชนะ 4-3 โดยไม่รวมช่วงต่อเวลาพิเศษ)
อาแอส โรม่า (AS Roma)
-
โรม่าพ่ายแพ้ในเกมใหญ่บอลยุโรปติดต่อกัน 2 นัดแล้วยามที่พวกเขายิงได้ถึง 3 ประตูขึ้นไป (แพ้ โบโลญญ่า 3-4 และแพ้ เรอัล มาดริด 3-4 ในปี 2026 นี้) ซึ่งก่อนหน้านี้พวกเขาเคยแพ้แค่นัดเดียวเท่านั้นจาก 86 นัดแรกในประวัติศาสตร์บอลยุโรปที่ยิง 3 ลูกขึ้นไป
อาร์ดา Güler (ซูเปอร์ซับจอมสร้างสรรค์)
-
แม้จะไม่ได้ออกสตาร์ตตัวจริง แต่วิญญาณเพลย์เมกเกอร์ของ อาร์ดา กูแลร์ จ่าย 2 แอสซิสต์สำคัญในช่วงท้ายพาทีมพลิกนรก ซีซั่นนี้เขา สร้างโอกาส (Chances Created) ไปแล้วถึง 31 ครั้งใน 5 ลีกใหญ่ยุโรป (เป็นรองแค่ ลามีน ยามาล, ไมเคิล โอลิเซ และ ฟลอเรียน โตแว็ง เท่านั้น)
แหล่งข้อมูล Opta Analyst



